เกี่ยวกับการตั้งค่าคีย์บอร์ดบน iPhone, iPad และ iPod touch

ใน iOS 11 คุณสามารถใช้คีย์บอร์ดในตัวบนอุปกรณ์ของคุณได้ในทุกแอพ นอกจากนี้ยังสามารถสลับไปมาระหว่างคีย์บอร์ดต่างๆ เลือกการพิมพ์ด้วยมือข้างเดียว ใช้คีย์บอร์ดของบริษัทอื่น และอื่นๆ ได้อีกด้วย

        

เปลี่ยนการตั้งค่าคีย์บอร์ด

คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของคีย์บอร์ดในตัวบนอุปกรณ์ หรือเพิ่มภาษาได้ วิธีนี้ยังเป็นการเปลี่ยนพจนานุกรมที่ใช้ในการเสนอคำอัตโนมัติ จำนวนตัวอักษรบนคีย์บอร์ด ตลอดจนการจัดเรียงของปุ่มต่างๆ อีกด้วย นอกจากนี้ภาษาของคีย์บอร์ดยังกำหนดภาษาของพจนานุกรมที่ใช้สำหรับการคาดเดาข้อความอีกด้วย

หากต้องการปรับการตั้งค่าคีย์บอร์ด ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดแอพที่ใช้คีย์บอร์ด เช่น แอพข้อความหรือแอพเมล
  2. แตะ  หรือ ไอคอนลูกโลก ค้างไว้
  3. แตะการตั้งค่าแป้นพิมพ์
  4. จากนั้นให้ปรับการตั้งค่าตามที่คุณต้องการ

เพิ่มแอพคีย์บอร์ดของบริษัทอื่น

คุณสามารถติดตั้งแอพคีย์บอร์ดของบริษัทอื่นได้ในแบบเดียวกับที่คุณติดตั้งแอพอื่นๆ ในอุปกรณ์ หลังจากที่ติดตั้งคีย์บอร์ดใหม่แล้ว คุณจะต้องเพิ่มคีย์บอร์ดนั้นก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ไปที่ App Store แล้วค้นหาแอพคีย์บอร์ดที่คุณต้องการ
  2. แตะรับ > ติดตั้ง
  3. ป้อนรหัสผ่าน Apple ID หรือใช้ Touch ID หากสามารถใช้ได้บนอุปกรณ์ของคุณ
  4. จากนั้นเพิ่มคีย์บอร์ดใหม่ โดยไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > แป้นพิมพ์ > แป้นพิมพ์ > เพิ่มแป้นพิมพ์ใหม่ แล้วเลือกแอพที่คุณติดตั้งไว้

สลับไปใช้คีย์บอร์ดอื่น

ขณะที่ใช้แอพ คุณสามารถเปลี่ยนเป็นคีย์บอร์ดอื่นได้ เช่น คีย์บอร์ดของบริษัทอื่น หรือคีย์บอร์ดภาษา ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. แตะ  หรือ ไอคอนลูกโลก ค้างไว้
  2. เลือกคีย์บอร์ดที่คุณต้องการใช้ 

หากต้องการจัดเรียงลำดับคีย์บอร์ดให้ทำดังนี้

  1. ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > แป้นพิมพ์ > แป้นพิมพ์
  2. แตะแก้ไข
  3. แตะ เส้นแนวนอนสามเส้น ค้างไว้เพื่อย้ายคีย์บอร์ด
  4. แตะเสร็จสิ้น

บางครั้งคีย์บอร์ดของบริษัทอื่นก็ไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากเหตุผลข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

  • หากผู้พัฒนาแอพที่คุณใช้งานอยู่ไม่อนุญาตให้ใช้คีย์บอร์ดของบริษัทอื่น
  • หากคุณป้อนในช่องข้อความที่มีการรักษาความปลอดภัย เช่น การป้อนรหัสผ่านที่แสดงให้เห็นอักขระที่ป้อนเป็นจุดแทนตัวอักษรและตัวเลข
  • หากคุณใช้แป้นตัวเลขแทนคีย์บอร์ดมาตรฐาน

คุณจะเห็นคีย์บอร์ดเริ่มต้นแทนจนกว่าจะพิมพ์เสร็จ

ลบคีย์บอร์ดของบริษัทอื่น

  1. ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > แป้นพิมพ์ > แป้นพิมพ์
  2. แตะแก้ไข 
  3. แตะ ไอคอนลบ แล้วแตะเสร็จสิ้น 

คุณยังสามารถลบคีย์บอร์ดได้ด้วยการลบแอพที่มาด้วยกันที่คุณได้ติดตั้งไว้จาก App Store วิธีนี้ยังเป็นการลบคีย์บอร์ดดังกล่าวออกจากการตั้งค่าอีกด้วย

เปิดการพิมพ์ด้วยมือข้างเดียว

ใน iOS 11 คุณสามารถใช้การพิมพ์ด้วยมือข้างเดียวได้บน iPhone เพื่อให้การพิมพ์ด้วยมือข้างเดียวง่ายขึ้น 

  1. แตะ  หรือ ไอคอนลูกโลก ค้างไว้
  2. แตะ  เพื่อย้ายคีย์บอร์ดไปทางซ้าย แตะ  เพื่อย้ายคีย์บอร์ดไปทางขวา
  3. เมื่อเสร็จแล้ว ให้แตะ  หรือ ไอคอนลูกโลก ค้างไว้ จากนั้นแตะ  เพื่อนำคีย์บอร์ดกลับมาสู่การตั้งค่าปกติ

นอกจากนี้คุณยังสามารถเปิดการพิมพ์ด้วยมือข้างเดียวได้จากการตั้งค่า > ทั่วไป > แป้นพิมพ์ > แป้นพิมพ์แบบใช้มือข้างเดียว ทั้งนี้คุณจะต้องมี iPhone 6 ขึ้นไปที่ใช้ iOS 11 เพื่อใช้คุณสมบัติแป้นพิมพ์แบบใช้มือข้างเดียว คุณสมบัตินี้จะไม่มีใน iPhone SE และ iPod touch

หากคุณมี iPhone 6 ขึ้นไป คุณสมบัติแป้นพิมพ์แบบใช้มือข้างเดียวจะไม่สามารถใช้ได้หากคุณตั้งค่าจอแสดงผลไว้เป็นแบบซูมแทนที่จะเป็นแบบมาตรฐาน หากคุณมี iPhone 6 Plus, iPhone 7 Plus หรือ iPhone 8 Plus คุณสมบัติแป้นพิมพ์แบบใช้มือข้างเดียวจะสามารถใช้ได้หากคุณตั้งค่าจอแสดงผลไว้เป็นแบบซูมหรือแบบมาตรฐาน หากต้องการปรับการตั้งค่าจอแสดงผล ให้ไปที่การตั้งค่า > จอภาพและความสว่าง > การซูมหน้าจอ

        

เปลี่ยนรูปแบบของคีย์บอร์ดจริง

คุณสามารถเลือกรูปแบบของคีย์บอร์ดได้หลายแบบ เพื่อให้เหมาะกับปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ดจริงที่คุณใช้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้คีย์บอร์ดรูปแบบอื่นที่ไม่ตรงกับปุ่มบนคีย์บอร์ดจริงได้อีกด้วย

คุณจะต้องจับคู่คีย์บอร์ดกับ iPhone, iPad หรือ iPod touch ก่อนจึงจะสามารถเปลี่ยนคีย์บอร์ดจริงได้ ทำตามคำแนะนำที่มาพร้อมกับคีย์บอร์ด เพื่อตั้งค่าให้เข้าสู่โหมดค้นหาหรือโหมดจับคู่ หลังจากที่จับคู่แล้ว ให้ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > แป้นพิมพ์ฮาร์ดแวร์ แล้วเลือกรูปแบบ

ดูวิธีตั้งค่าและใช้อุปกรณ์เสริม Bluetooth เช่น คีย์บอร์ด เมื่อใช้อุปกรณ์ iOS

ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple หรือเว็บไซต์อิสระที่ไม่ได้ควบคุมหรือทดสอบโดย Apple มีให้โดยไม่มีคำแนะนำหรือการรับรองใดๆ Apple ไม่ขอรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือก ประสิทธิภาพ หรือการใช้งานเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น Apple ไม่รับรองความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของบริษัทอื่น ความเสี่ยงต่างๆ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ติดต่อผู้จำหน่ายสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของแต่ละราย

วันที่เผยแพร่: