macOS High Sierra

การตั้งค่าพวงกุญแจ iCloud

พวงกุญแจ iCloud จัดเก็บข้อมูลการเข้าสู่เว็บไซต์และบัตรเครดิตที่คุณใช้ใน ป้อนอัตโนมัติ ใน Safari และข้อมูลเครือข่าย Wi-Fi ให้อัพเดทอยู่เสมอข้ามคอมพิวเตอร์ Mac ของคุณทั้งหมด (OS X v10.9 หรือใหม่กว่า) และอุปกรณ์ iOS (iOS 7.0.3 หรือใหม่กว่า)

พวงกุญแจ iCloud ยังจัดเก็บการตั้งค่าบัญชี เพื่อที่ Facebook, ทวิตเตอร์, LinkedIn และบัญชีสังคมออนไลน์อื่นๆ สามารถเพิ่มไปที่ Mac อีกเครื่องได้โดยอัตโนมัติเมื่อคุณลงชื่อเข้าสู่ iCloud ใน Mac เครื่องนั้นได้อีกด้วยเช่นเดียวกันกับ Exchange, Google และบัญชีอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ที่คุณใช้กับ เมล รายชื่อ ปฏิทิน เตือนความจำ โน้ต และ ข้อความ สามารถเพิ่มได้โดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน

ทุกอย่างที่จัดเก็บในพวงกุญแจ iCloud จะปลอดภัยและได้รับการป้องกันโดยการเข้ารหัสตามมาตรฐานอุตสาหกรรมและพวงกุญแจ iCloud จะไม่สามารถตั้งค่าใน Mac หรืออุปกรณ์ iOS เครื่องอื่นได้ เว้นแต่ว่าจะได้รับการอนุมัติจากคุณ

การตั้งค่าพวงกุญแจ iCloud บน Mac ของคุณ

  1. เลือก เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ จากนั้นคลิก iCloud

    เปิด การตั้งค่า iCloud สำหรับฉัน

  2. เลือกพวงกุญแจ แล้วปฏิบัติตามขั้นตอนบนหน้าจอ

    หากคุณยังไม่ได้ลงชื่อเข้าสู่ iCloud คุณจะต้องตั้งค่า iCloud ก่อนที่คุณจะสามารถเลือกพวงกุญแจได้

การอนุมัติอุปกรณ์ให้ใช้พวงกุญแจ iCloud

ถ้าคุณตั้งค่า iCloud บน Mac เครื่องนี้แล้ว จากนั้นคุณตั้งค่าในอุปกรณ์อีกเครื่อง คุณอาจได้รับการแจ้งเตือนใน Mac เครื่องนี้ว่ามีอุปกรณ์อีกเครื่องต้องการใช้บัญชีของคุณให้ปฏิบัติตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อทำการยืนยัน

คุณจะไม่ได้รับการแจ้งเตือน และไม่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนด้านล่าง หาก Apple ID ของคุณใช้การยืนยันตัวตนแบบสองส่วนประกอบแต่เมื่อคุณตั้งค่าพวงกุญแจ iCloud ในอุปกรณ์อีกเครื่อง คุณจะอนุญาตให้อุปกรณ์ใช้ข้อมูล iCloud ของคุณได้เพียงป้อนรหัสผ่านเข้าสู่ระบบหรือรหัสสำหรับ Mac หรืออุปกรณ์ iOS ที่ได้ตั้งค่าพวงกุญแจ iCloud ของคุณไว้แล้วแทน

  1. ให้ทำตามวิธีดังต่อไปนี้:

    • ในการแจ้งเตือน ให้คลิก ดำเนินการต่อ

      การแจ้งเตือนสำหรับอุปกรณ์ที่จะขออนุญาตสำหรับพวงกุญแจป iCloud
    • เลือก เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ จากนั้นคลิก iCloudในการตั้งค่า iCloud คลิก ตัวเลือก ทางด้านขวาของพวงกุญแจ จากนั้นคลิก รายละเอียด

      กล่องโต้ตอบตัวเลือกพวงกุญแจ iCloud ที่มีชื่อของอุปกรณ์ที่ใช้ขออนุญาตและมีปุ่มรายละเอียดอยู่ถัดจากชื่อของอุปกรณ์นั้น
  2. ในกล่องโต้ตอบที่ปรากฏขึ้น ให้ป้อน Apple ID และรหัสผ่านของคุณที่คุณใช้กับ iCloud แล้วคลิกอนุญาต

การเปลี่ยนวิธีการรับรองอุปกรณ์ชิ้นใหม่

หากมีปุ่มตัวเลือกอยู่ถัดจากพวงกุญแจในการตั้งค่า iCloud นั่นหมายความว่าคุณจะสามารถเลือกได้ว่าจะสามารถใช้รหัสรักษาความปลอดภัย iCloud ของคุณเพื่ออนุญาตให้ใช้พวงกุญแจ iCloud ในอุปกรณ์เครื่องใหม่ได้หรือไม่คุณยังสามารถเปลี่ยนรหัสรักษาความปลอดภัย iCloud หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ยืนยันตัวตนของคุณหลังจากที่คุณใช้รหัสรักษาความปลอดภัย iCloud ได้อีกด้วย

หากไม่มีปุ่มตัวเลือกอยู่ถัดจากพวงกุญแจในการตั้งค่า iCloud (ซึ่งได้เปิดพวงกุญแจ iCloud ไว้แล้ว) นั่นหมายความว่าคุณไม่สามารถใช้รหัสผ่านความปลอดภัย iCloudแต่เมื่อคุณต้องค่า iCloud ในอุปกรณ์เครื่องใหม่ คุณจะสามารถอนุญาตให้อุปกรณ์ใช้ข้อมูล iCloud ของคุณได้เพียงป้อนรหัสผ่านการเข้าสู่ระบบหรือรหัสผ่านตัวเลขของอุปกรณ์ Mac หรือ iOS ของคุณที่ได้ตั้งค่า iCloud ไว้แล้วแทนในกรณีนี้ นั่นหมายความว่า Apple ID ของคุณถูกตั้งค่าการยืนยันตัวตนแบบสองส่วนประกอบไว้แล้ว และคุณไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้

  1. เลือก เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ จากนั้นคลิก iCloud

    เปิด การตั้งค่า iCloud สำหรับฉัน

  2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวงกุญแจนั้นเปิดอยู่ และ Mac ของคุณได้รับการอนุมัติ

  3. คลิก ตัวเลือก ถัดจาก พวงกุญแจ จากนั้นเปลี่ยนตัวเลือกในกล่องโต้ตอบที่ปรากฎขึ้น

    กล่องโต้ตอบตัวเลือกพวงกุญแจ iCloud ที่มีตัวเลือกที่เลือกไว้ให้อนุญาตด้วยรหัสความปลอดภัย ปุ่มเปลี่ยนรหัสความปลอดภัย และช่องสำหรับเปลี่ยนตัวเลขยืนยันความถูกต้อง

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าพวงกุญแจ iCloud บนอุปกรณ์ iOS ให้ดูใต้ความปลอดภัยในส่วนข้อมูลพื้นฐานของคู่มือผู้ใช้สำหรับ iPhone, iPad หรือ iPod touch

การเอาข้อมูลบัตรเครดิตหรือชื่อบัญชีและรหัสผ่านใน Safari (หรือใช้กับการเข้าถึงพวงกุญแจ) ออก จะลบข้อมูลเหล่านั้นออกจากพวงกุญแจ macOS และพวงกุญแจ iCloud ของคุณด้วย