จัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud

หากคุณใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud ของคุณครบหรือเกินกว่าที่มีให้ ให้ดูวิธีการจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของคุณและวิธีการซื้อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติม

เมื่อคุณตั้งค่า iCloud คุณจะได้รับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 5GB โดยอัตโนมัติ คุณสามารถใช้พื้นที่เก็บข้อมูลดังกล่าวสำหรับข้อมูลสำรอง iCloud เพื่อให้รูปภาพและวิดีโอที่จัดเก็บไว้ในคลังรูปภาพ iCloud และเอกสารต่างๆ อัพเดทอยู่เสมอใน iCloud Drive หากคุณต้องการพื้นที่เพิ่มเติม คุณสามารถซื้อพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่ม โดยเริ่มต้นที่ 50 GB ในราคา $0.99 (USD) ต่อเดือน ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาในภูมิภาคของคุณ

หากพื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud หมดแล้ว อุปกรณ์ของคุณก็จะไม่สำรองข้อมูลไปยัง iCloud และจะไม่มีการอัพโหลดรูปภาพและวิดีโอใหม่ไปยังคลังรูปภาพ iCloud นอกจากนี้ iCloud Drive และแอพ iCloud อื่นๆ ก็จะไม่อัพเดทบนอุปกรณ์ต่างๆ ของคุณด้วย และคุณจะไม่สามารถส่งหรือรับข้อความด้วยที่อยู่อีเมล iCloud ของคุณได้ หากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คุณสามารถทำให้พื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นได้

ตรวจสอบเพื่อดูว่าคุณมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud เท่าใด

  • บน iPhone, iPad หรือ iPod touch ให้ทำดังนี้
    • หากคุณใช้ iOS 10.3 ขึ้นไป ให้ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud 
    • หากคุณใช้ iOS 10.2 หรือก่อนหน้า ให้ไปที่การตั้งค่า > iCloud > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล
  • บน Mac ให้ไปที่เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ คลิก iCloud จากนั้นคลิกจัดการ
  • บน PC ของคุณ ให้เปิด iCloud สำหรับ Windows จากนั้นคลิกจัดการ

ทำให้ iCloud มีพื้นที่เหลือมากขึ้น

ก่อนที่คุณจะลบข้อมูลใดก็ตาม คุณควรเก็บถาวรหรือทำสำเนาข้อมูลที่คุณเก็บไว้ใน iCloud ของคุณ

ข้อมูลสำรอง

เมื่อคุณสำรองข้อมูล iPhone, iPad หรือ iPod touch ไปยัง iCloud ข้อมูลที่สำคัญที่สุดบนอุปกรณ์ของคุณจะถูกสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติ ซึ่งข้อมูลสำรองนี้จะรวมถึงเอกสาร รูปภาพ และวิดีโอ ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่ iCloud สำรองข้อมูล

ใช้ขั้นตอนเหล่านี้เพื่อจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่คุณใช้

เลือกแอพ iOS ที่จะสำรองข้อมูล

หลายๆ แอพจะสำรองข้อมูลไปยัง iCloud โดยอัตโนมัติ หลังจากที่คุณติดตั้งแอพนั้น คุณสามารถเปลี่ยนแอพที่จะสำรองข้อมูลไปยัง iCloud และลบข้อมูลสำรองที่มีอยู่ออกจากพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของคุณได้ ใช้ขั้นตอนเหล่านี้บน iPhone, iPad หรือ iPod touch ของคุณ.

iOS 10.3 ขึ้นไป:

  1. ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud > จัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
  2. แตะที่ชื่อของ iPhone, iPad หรือ iPod touch เครื่องใดก็ตามที่เชื่อมต่ออยู่กับบัญชีของคุณ
  3. ที่ด้านล่างเลือกข้อมูลเพื่อสำรองข้อมูล ให้ปิดแอพใดๆ ก็ตามที่คุณไม่ต้องการสำรองข้อมูล
  4. เลือกปิดและลบ

iOS 10.2 หรือก่อนหน้า:

  1. ไปที่การตั้งค่า > iCloud > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล > จัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
  2. แตะชื่ออุปกรณ์ iOS ของคุณ
  3. ภายใต้ ตัวเลือกข้อมูลสำรอง ให้ปิดแอพที่คุณไม่ต้องการสำรองข้อมูล 
  4. เลือกปิดและลบ

เมื่อคุณมั่นใจแล้วว่าคุณต้องการปิดและลบแอพ ให้ปิดข้อมูลสำรอง iCloud สำหรับแอพดังกล่าวแล้วลบข้อมูลทั้งหมดของแอพนั้นออกจาก iCloud

แอพบางรายการ อย่างเช่น ข้อความและเสียงบันทึก จะสำรองข้อมูลเสมอและคุณไม่สามารถปิดการสำรองข้อมูลของแอพเหล่านี้ได้

ลบข้อมูลสำรองแล้วปิดข้อมูลสำรอง iCloud สำหรับอุปกรณ์ของคุณ

ใช้ขั้นตอนเหล่านี้สำหรับอุปกรณ์ของคุณ

iPhone, iPad และ iPod touch

iOS 10.3 ขึ้นไป:

  1. ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud > จัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
  2. แตะที่ชื่อของ iPhone, iPad หรือ iPod touch เครื่องใดก็ตามที่เชื่อมต่ออยู่กับบัญชีของคุณ
  3. แตะลบข้อมูลสำรอง > ปิดและลบ

iOS 10.2 หรือก่อนหน้า:

  1. ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > การใช้งานพื้นที่จัดเก็บข้อมูล & iCloud
  2. ใต้ iCloud ให้แตะ จัดการเนื้อที่เก็บข้อมูล
  3. แตะชื่ออุปกรณ์ของคุณ
  4. แตะลบข้อมูลสำรอง > ปิดและลบ

 เมื่อคุณลบข้อมูลสำรอง การสำรองข้อมูล iCloud ของ iPhone, iPad หรือ iPod touch ของคุณจะถูกปิดด้วยเช่นกัน

Mac

  1. ไปที่เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ แล้วคลิก iCloud
  2. คลิกจัดการ และเลือกข้อมูลสำรอง
  3. เลือกหนึ่งในข้อมูลสำรองของอุปกรณ์ จากนั้นคลิกลบ หากคุณต้องการปิดการสำรองข้อมูลและลบข้อมูลสำรองทั้งหมดของอุปกรณ์จาก iCloud เมื่อระบบขอให้คุณยืนยัน ให้เลือก ลบ
  4. เมื่อคุณลบข้อมูลสำรอง iCloud จะปิดการสำรองข้อมูลของอุปกรณ์ของคุณด้วย

Windows 7, Windows 8 และ Windows 10

  1. เปิด iCloud สำหรับ Windows
  2. คลิก เนื้อที่เก็บข้อมูล
  3. เลือกข้อมูลสำรองจากรายการที่มีอยู่
  4. เลือกหนึ่งในข้อมูลสำรองของอุปกรณ์ จากนั้นคลิกลบ หากคุณต้องการปิดการสำรองข้อมูลและลบข้อมูลสำรองทั้งหมดของอุปกรณ์จาก iCloud เมื่อระบบขอให้คุณยืนยัน ให้เลือก ลบ เมื่อคุณลบข้อมูลสำรอง iCloud จะปิดการสำรองข้อมูลของอุปกรณ์ของคุณด้วย

ข้อมูลสำรอง iCloud จะสามารถใช้งานได้ 180 วัน หลังจากที่คุณปิดใช้งานหรือหยุดใช้การสำรองข้อมูล iCloud

ลดขนาดของคลังรูปภาพ iCloud ของคุณ

คลังรูปภาพ iCloud จะใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud ของคุณ เพื่อจัดการให้รูปภาพและวิดีโอทั้งหมดของคุณมีการอัพเดทอยู่เสมอในทุกอุปกรณ์ของคุณ คุณสามารถเพิ่มเนื้อที่ใน iCloud ให้มากขึ้นได้ เมื่อคุณลบรูปภาพและวิดีโอที่คุณไม่ต้องการออกจากแอพรูปภาพบนอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณ

คุณสามารถเลือกที่จะประหยัดเนื้อที่บนอุปกรณ์ของคุณได้ เมื่อคุณเปิด ปรับเนื้อที่เก็บข้อมูลของอุปกรณ์ให้เหมาะสม ใน การตั้งค่า เมื่อเปิด ปรับเนื้อที่เก็บข้อมูลให้เหมาะสม รูปภาพจะเพิ่มเนื้อที่ว่างเมื่อคุณต้องการโดยแทนที่รูปภาพและวิดีโอต้นฉบับด้วยเวอร์ชั่นขนาดพอดีสำหรับอุปกรณ์ รูปภาพและวิดีโอต้นฉบับทั้งหมดของคุณที่มีความละเอียดสูงสุดจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยใน iCloud และคุณสามารถดาวน์โหลดรูปภาพและวิดีโอดังกล่าวได้ทุกเมื่อ ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่จัดเก็บรูปภาพและวิดีโอของคุณ

คุณสามารถกู้คืนรูปภาพและวิดีโอที่คุณลบออกจากอัลบั้ม ที่เพิ่งลบล่าสุด ได้ภายในเวลา 30 วัน หากคุณต้องการลบคอนเทนต์ออกจากอัลบั้ม ที่เพิ่งลบล่าสุด ให้เร็วขึ้น ให้แตะ เลือก แล้วเลือกรายการที่คุณต้องการลบ แตะลบ > ลบ หากคุณใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล iCloud ครบหรือเกินที่มีให้ อุปกรณ์ของคุณจะลบรูปภาพและวิดีโอที่คุณลบออกทันที และจะไม่สามารถกู้คืนได้ในอัลบั้ม ที่เพิ่งลบล่าสุด ของคุณ

ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อลบรูปภาพและวิดีโอจากคลังรูปภาพ iCloud ของคุณ

iPhone, iPad และ iPod touch

  1. เปิดแอพรูปภาพ แล้วแตะรูปภาพที่ด้านล่างของหน้าจอ
  2. แตะเลือก แล้วเลือกรูปภาพหรือวิดีโอที่คุณต้องการลบตั้งแต่หนึ่งรายการ
  3. แตะ ไอคอนถังขยะ แล้วแตะ ลบรูปภาพ

Mac

  1. เปิดแอพรูปภาพ
  2. เลือกรูปภาพและวิดีโอที่คุณต้องการลบ
  3. เลือกรูปภาพ แล้วคลิกลบรูปภาพ

iCloud.com

  1. ลงชื่อเข้าใช้ iCloud.com
  2. คลิกแอพรูปภาพ แล้วคลิกเลือกรูปภาพ
  3. เลือกรูปภาพหรือวิดีโอที่คุณต้องการลบ 
  4. คลิก ไอคอนถังขยะ แล้วคลิกลบ

ลดขนาดคลังรูปภาพของคุณ

หากคุณไม่ได้ใช้คลังรูปภาพ iCloud ม้วนฟิล์มของคุณจะเป็นส่วนหนึ่งของการสำรองข้อมูล iCloud ด้วย หากต้องการตรวจสอบขนาดของข้อมูลสำรองบนอุปกรณ์ของคุณใน iOS 10.3 ขึ้นไป ให้ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud > จัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (หากคุณใช้ iOS 10.2 หรือก่อนหน้า ให้ไปที่การตั้งค่า > iCloud > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล > จัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล) จากนั้นแตะที่ชื่อของอุปกรณ์ iOS ของคุณ

หากต้องการลดขนาดข้อมูลสำรองในคลังรูปภาพของคุณ ให้บันทึกรูปภาพและวิดีโอไปยังคอมพิวเตอร์ จากนั้นสำรองข้อมูลอุปกรณ์ iOS ของคุณด้วยตนเอง หากคุณต้องการเก็บรูปภาพและวิดีโอไว้ในอุปกรณ์ iOS คุณสามารถปิดคลังรูปภาพในข้อมูลสำรอง หรือซื้อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่ม หากมีรูปภาพใดที่คุณไม่ต้องการจะเก็บไว้ คุณสามารถลบรูปภาพเหล่านั้นได้ เพียงเปิดแอพรูปภาพและเลือกรายการที่คุณต้องการลบ จากนั้นคลิก ไอคอนถังขยะ แล้วแตะลบรูปภาพ

iCloud Drive

คุณสามารถเลือกจัดการไฟล์โดยจัดเก็บลงใน iCloud Drive จาก iPhone, iPad, iPod touch, Mac หรือ PC ที่ใช้ Windows ได้

iPhone, iPad หรือ iPod touch

คุณสามารถใช้ขั้นตอนเหล่านี้เพื่อจัดการไฟล์ของคุณจาก iPhone, iPad หรือ iPod touch โดยทำดังนี้

iOS 10.3 ขึ้นไป:

  1. ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud > จัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
  2. เลื่อนลงไปที่เอกสารและข้อมูลแล้วแตะเอกสารอื่นๆ
  3. ปัดไปทางซ้ายหรือแตะแก้ไขเพื่อลบไฟล์แต่ละไฟล์จากแอพ

iOS 10.2 หรือก่อนหน้า:

  1. ไปที่การตั้งค่า > iCloud > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล > จัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 
  2. แตะชื่อแอพที่ใช้ iCloud Drive
  3. ปัดไปทางซ้ายหรือแตะแก้ไขเพื่อลบไฟล์แต่ละไฟล์จากแอพ

Mac

บน Mac ที่ใช้ OS X Yosemite หรือใหม่กว่า คุณสามารถจัดการไฟล์ iCloud Drive ได้จากโฟลเดอร์ iCloud Drive ใน Finder

  1. หากจำเป็น ให้เปิด iCloud Drive บน Mac โดยทำดังนี้
    1. ไปที่เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ และคลิก iCloud
    2. ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ของคุณ
    3. เปิด iCloud Drive ในตัวเลือก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกแอพหรือโฟลเดอร์ของไฟล์ที่คุณต้องการจัดการ
  2. เปิด Finder และไปที่โฟลเดอร์ iCloud Drive
  3. ลากรายการไปที่ถังขยะ หรือย้ายไปที่โฟลเดอร์อื่นบน Mac ของคุณ

Windows

บน PC ที่ใช้ Windows 7 หรือใหม่กว่า คุณสามารถจัดการไฟล์ iCloud Drive ได้โดยใช้ Windows Explorer ใช้ขั้นตอนเหล่านี้เพื่อเพิ่มโฟลเดอร์ iCloud Drive ไปยัง Windows Explorer โดยทำดังนี้

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้ง iCloud สำหรับ Windows
  2. ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ของคุณ
  3. เปิด iCloud Drive

iCloud.com

คุณสามารถจัดการไฟล์ของคุณจากแอพ  iCloud Drive ได้ที่ iCloud.com ลงชื่อเข้าใช้ใน iCloud.com คลิกแอพ iCloud Drive เลือกไฟล์ที่คุณต้องการลบ แล้วคลิก ไอคอนถังขยะ

เมล

คุณสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud ได้เมื่อคุณลบข้อความอีเมลจากบัญชีอีเมล iCloud ของคุณ คุณยังสามารถย้ายข้อความอีเมลออกจาก iPhone, iPad หรือ iPod touch ไปยัง Mac หรือ PC ของคุณได้ ซึ่งข้อความเหล่านั้นจะไม่นับรวมอยู่ในเนื้อที่เก็บข้อมูล iCloud ของคุณอีกต่อไป

ใช้ขั้นตอนด้านล่างเพื่อลบข้อความออกจากบัญชีของคุณ โปรดจำไว้ว่าข้อความที่มีไฟล์แนบขนาดใหญ่จะใช้พื้นที่ว่างมากกว่าอีเมลข้อความธรรมดา

iPhone, iPad หรือ iPod touch

หาก iPhone, iPad หรือ iPod touch ของคุณมีการตั้งค่าเพื่อเข้าใช้งานอีเมล iCloud คุณสามารถลบข้อความจากกล่องเมลใดๆ แล้วล้างถังขยะเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างได้

  1. ปัดไปทางซ้ายบนข้อความใดก็ตามเพื่อลบข้อความนั้น
  2. แตะโฟลเดอร์ถังขยะ
  3. ลบครั้งละหนึ่งข้อความหรือลบทั้งหมดด้วยการแตะแก้ไข จากนั้นแตะลบทั้งหมด

Mac หรือ PC ที่ใช้ Windows

หากคุณกำลังใช้เมล iCloud ด้วยแอพอีเมลเดสก์ท็อป เช่น แอพเมล ใน Mac หรือ Microsoft Outlook ใน PC ให้ใช้ขั้นตอนเหล่านี้

  • เมลใน Mac: ลบข้อความที่คุณไม่ต้องการอีกต่อไป จากนั้นเลือกกล่องเมล >ลบรายการที่ลบแล้ว และเลือกบัญชีอีเมล iCloud ของคุณจากเมนู
  • Microsoft Outlook 2007 (Windows): ลบข้อความที่คุณไม่ต้องการแล้ว แล้วเลือกแก้ไข > กำจัด และเลือก Apple ID จากเมนู
  • Microsoft Outlook 2010 จนถึง Outlook 2016 (Windows): ลบข้อความที่คุณไม่ต้องการแล้ว Outlook จะลบข้อความของคุณออกอย่างถาวรในครั้งต่อไปที่คุณปิดและรีสตาร์ทแอพ

iCloud.com

  1. จากคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้ลงชื่อเข้าใช้ iCloud.com
  2. คลิกเมล
  3. ลบข้อความที่คุณไม่ต้องการแล้ว แล้วคลิก ไอคอนรูปเฟือง แล้วเลือก ล้างถังขยะ

ดูเพิ่มเติม

*หากคุณมีบัญชี iCloud แบบใช้บนเว็บเท่านั้น คุณก็สามารถลดปริมาณของเนื้อที่เก็บข้อมูลที่คุณใช้งานได้ โดยการย้ายหรือลบเอกสาร

ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple หรือเว็บไซต์อิสระที่ไม่ได้ควบคุมหรือทดสอบโดย Apple มีให้โดยไม่มีคำแนะนำหรือการรับรองใดๆ Apple ไม่ขอรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือก ประสิทธิภาพ หรือการใช้งานเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น Apple ไม่รับรองความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของบริษัทอื่น ความเสี่ยงต่างๆ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ติดต่อผู้จำหน่ายสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของแต่ละราย

วันที่เผยแพร่: