เกี่ยวกับข้อมูลสำรองที่เข้ารหัสใน iTunes

เพื่อปกป้องข้อมูลสำรองของ iPhone, iPad หรือ iPod touch ใน iTunes คุณสามารถใช้การป้องกันด้วยรหัสผ่านและการเข้ารหัสได้ 

เมื่อคุณเข้ารหัสข้อมูลสำรองใน iTunes

คุณสมบัติเข้ารหัสข้อมูลสำรองใน iTunes จะล็อคและเข้ารหัสข้อมูลของคุณ ข้อมูลสำรอง iTunes ที่เข้ารหัสสามารถมีข้อมูลที่ไม่มีในข้อมูลสำรอง iTunes ที่ไม่ได้เข้ารหัส ดังนี้

  • รหัสผ่านที่บันทึกไว้
  • การตั้งค่า Wi-Fi

 

  • ประวัติเว็บไซต์
  • ข้อมูลสุขภาพ

 

โดยค่าเริ่มต้นแล้ว iTunes จะไม่เข้ารหัสข้อมูลสำรองของคุณ หากต้องการเข้ารหัสข้อมูลสำรองใน iTunes ครั้งแรก คุณจะต้องเปิดตัวเลือกเข้ารหัสข้อมูลสำรองแบบป้องกันด้วยรหัสผ่าน จากนั้น iTunes จะสร้างข้อมูลสำรองที่มีการเข้ารหัสสำหรับอุปกรณ์ดังกล่าวตั้งแต่นั้นโดยอัตโนมัติ

หากคุณลืมหรือทำรหัสผ่านหาย คุณจะไม่มีทางกู้คืนข้อมูลของคุณหรือปิดการเข้ารหัสข้อมูลสำรองได้

นอกจากนี้คุณยังสามารถสร้างข้อมูลสำรองใน iCloud ได้ ซึ่งจะเข้ารหัสข้อมูลของคุณทุกครั้งโดยอัตโนมัติ

เข้ารหัสข้อมูลสำรอง iTunes

  1. เปิด iTunes ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีเวอร์ชั่นล่าสุด
  2. เชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์โดยใช้สาย USB ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจะปรากฏเป็นไอคอน iPhone, iPad หรือ iPod touch ที่มุมซ้ายบนของหน้าต่าง iTunes ดูสิ่งที่ควรทำเมื่อคุณไม่เห็นไอคอนนี้ 
  3. ในหน้าจอสรุป ให้เลือก "เข้ารหัสข้อมูลสำรองของ [อุปกรณ์]" ในส่วนข้อมูลสำรอง
  4. เมื่อระบบร้องขอ ให้สร้างรหัสผ่าน สร้างรหัสผ่านที่คุณจำได้ หรือจดบันทึกไว้และเก็บไว้ให้ปลอดภัย เพราะจะไม่สามารถใช้ข้อมูลสำรอง iTunes ได้หากไม่มีรหัสผ่านนี้
  5. หลังจากยืนยันรหัสผ่าน iTunes จะเริ่มสำรองข้อมูลและจะเขียนทับและเข้ารหัสข้อมูลสำรองก่อนหน้านี้ทันที

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการสำรองข้อมูลที่เข้ารหัสดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยทำดังนี้

  1. Mac: จากแถบเมนูที่ด้านบนสุดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้เลือก iTunes > การตั้งค่า
    Windows: จากแถบเมนูที่ด้านบนสุดของหน้าต่าง iTunes ให้เลือก แก้ไข > การตั้งค่า
  2. คลิกที่แท็บอุปกรณ์ 
  3. คุณควรจะเห็น  ทางด้านขวาของชื่ออุปกรณ์ พร้อมกับวันที่และเวลาที่ iTunes สร้างข้อมูลสำรอง
  4. คลิกตกลงเพื่อปิดการตั้งค่า iTunes

ตรวจสอบดูว่ามีการตั้งค่า iTunes ให้เข้ารหัสข้อมูลสำรองแล้วหรือไม่

หากมีการตั้งค่าให้ iTunes เข้ารหัสข้อมูลสำรอง ตัวเลือกเข้ารหัสข้อมูลสำรองจะมีเครื่องหมายถูกในบานหน้าต่างสรุปเมื่อคุณเชื่อมต่ออุปกรณ์กับ iTunes

นอกจากนี้คุณยังสามารถดูได้ว่าข้อมูลสำรอง iTunes รายการใดรายการหนึ่งถูกเข้ารหัสแล้วหรือไม่ โดยทำดังนี้

  1. Mac: จากแถบเมนูที่ด้านบนสุดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้เลือก iTunes > การตั้งค่า
    Windows: จากแถบเมนูที่ด้านบนสุดของหน้าต่าง iTunes ให้เลือก แก้ไข > การตั้งค่า
  2. คลิกที่แท็บอุปกรณ์
  3. ค้นหา  ที่อยู่ถัดจากข้อมูลสำรอง หากคุณเห็น แสดงว่าข้อมูลสำรองถูกเข้ารหัสแล้ว
  4. คลิกตกลงเพื่อปิดการตั้งค่า iTunes

หากคุณจำรหัสผ่านสำหรับข้อมูลสำรองที่เข้ารหัสแล้วไม่ได้

คุณไม่สามารถกู้คืนข้อมูลสำรองที่มีการเข้ารหัสได้หากไม่มีรหัสผ่าน เมื่อใช้ iOS 11 ขึ้นไป คุณจะสามารถสร้างข้อมูลสำรองที่มีการเข้ารหัสของอุปกรณ์ของคุณได้ใหม่ ด้วยการรีเซ็ตรหัสผ่าน วิธีทำมีดังต่อไปนี้

  1. บนอุปกรณ์ iOS ของคุณ ให้ไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > รีเซ็ต
  2. แตะ "รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด" แล้วป้อนรหัส iOS ของคุณ
  3. ทำตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อรีเซ็ตการตั้งค่าของคุณ วิธีนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อมูลผู้ใช้หรือรหัสผ่านของคุณ แต่จะรีเซ็ตการตั้งค่าต่างๆ เช่น ความสว่างจอแสดงผล การเรียงไอคอนที่หน้าจอโฮม และภาพพื้นหลัง วิธีนี้ยังลบรหัสผ่านข้อมูลสำรองที่เข้ารหัสของคุณออกอีกด้วย
  4. เชื่อมต่ออุปกรณ์ของคุณเข้ากับ iTunes อีกครั้ง แล้วสร้างข้อมูลสำรองที่มีการเข้ารหัสใหม่

คุณจะไม่สามารถใช้ข้อมูลสำรองที่เข้ารหัสก่อนหน้านี้ได้ แต่คุณสามารถสำรองข้อมูลปัจจุบันของคุณโดยใช้ iTunes และตั้งค่ารหัสผ่านข้อมูลสำรองใหม่ได้

หากคุณมีอุปกรณ์ที่ติดตั้ง iOS 10 หรือเวอร์ชั่นก่อนหน้า คุณจะไม่สามารถรีเซ็ตรหัสผ่านได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ลองทำตามวิธีต่อไปนี้

  • หากคนอื่นตั้งค่าอุปกรณ์ของคุณ ให้ขอรหัสผ่านจากคนคนนั้น
  • ใช้ข้อมูลสำรอง iCloud แทนการใช้ iTunes หากคุณไม่มีข้อมูลสำรอง iCloud คุณสามารถสร้างใหม่ได้
  • ลองใช้ข้อมูลสำรอง iTunes เก่า

ปิดการเข้ารหัสข้อมูลสำรอง iTunes

หากต้องการปิดการเข้ารหัสข้อมูลสำรอง iTunes ให้นำเครื่องหมายออกจากช่องข้อมูลสำรองแบบเข้ารหัสใน iTunes แล้วป้อนรหัสผ่าน หากคุณลืมรหัสผ่าน คุณจะมีสองทางเลือก ดังนี้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple หรือเว็บไซต์อิสระที่ไม่ได้ควบคุมหรือทดสอบโดย Apple มีให้โดยไม่มีคำแนะนำหรือการรับรองใดๆ Apple ไม่ขอรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือก ประสิทธิภาพ หรือการใช้งานเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น Apple ไม่รับรองความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของบริษัทอื่น ความเสี่ยงต่างๆ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ติดต่อผู้จำหน่ายสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของแต่ละราย

วันที่เผยแพร่: