วิธีการสร้างตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้สำหรับ macOS

คุณสามารถใช้ไดรฟ์ภายนอกหรือดิสก์โวลุ่มรองเป็นดิสก์เริ่มต้นระบบที่ใช้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Mac

ขั้นตอนขั้นสูงเหล่านี้มีไว้สำหรับผู้ดูแลระบบเป็นหลัก และผู้ใดก็ตามที่มีความคุ้นเคยกับบรรทัดคำสั่ง คุณไม่จำเป็นต้องมีตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้เพื่ออัพเกรด macOS หรือติดตั้ง macOS อีกครั้ง แต่ตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้อาจมีประโยชน์เมื่อต้องการติดตั้งบนคอมพิวเตอร์หลายเครื่องโดยไม่ต้องดาวน์โหลดตัวติดตั้งทุกครั้ง

สิ่งที่คุณต้องใช้เมื่อสร้างตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้

  • แฟลชไดรฟ์ USB หรือดิสก์โวลุ่มรองอื่นๆ ซึ่งฟอร์แมตเป็น Mac OS แบบขยาย พร้อมทั้งมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ว่างอยู่อย่างน้อย 14GB
  • ตัวติดตั้งที่ดาวน์โหลดมาสําหรับ macOS Big Sur, Catalina, Mojave, High Sierra หรือ El Capitan

ดาวน์โหลด macOS

  • ดาวน์โหลด: macOS Big SurmacOS CatalinamacOS Mojave หรือ macOS High Sierra 
    รายการเหล่านี้จะดาวน์โหลดไปยังโฟลเดอร์แอพพลิเคชั่นของคุณเป็นแอพที่ชื่อว่า Install macOS [ชื่อเวอร์ชั่น] หากตัวติดตั้งเปิดขึ้นหลังจากดาวน์โหลด ให้ปิดตัวติดตั้งโดยไม่ต้องติดตั้งต่อ หากต้องการรับตัวติดตั้งที่ถูกต้อง ให้ดาวน์โหลดจาก Mac ที่ใช้ macOS Sierra 10.12.5 หรือใหม่กว่า หรือ El Capitan 10.11.6 สำหรับผู้ดูแลระบบขององค์กร โปรดดาวน์โหลดจาก Apple และไม่ควรดาวน์โหลดจากเซิร์ฟเวอร์การอัพเดทซอฟต์แวร์ที่โฮสต์เป็นการภายใน 
  • ดาวน์โหลด: OS X El Capitan
    ซึ่งจะดาวน์โหลดเป็นดิสก์อิมเมจที่ชื่อว่า InstallMacOSX.dmg ให้เปิดดิสก์อิมเมจบน Mac ที่เข้ากันได้กับ El Capitan แล้วรันตัวติดตั้งที่อยู่ภายใน ซึ่งมีชื่อว่า InstallMacOSX.pkg ขั้นตอนนี้จะติดตั้งแอพชื่อ "ติดตั้ง OS X El Capitan" ในโฟลเดอร์แอพพลิเคชั่นของคุณ คุณจะสร้างตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้จากแอพนี้ ไม่ใช่จากดิสก์อิมเมจหรือตัวติดตั้ง .pkg

ใช้คำสั่ง 'createinstallmedia' ในเทอร์มินัล

  1. เสียบแฟลชไดรฟ์ USB หรือดิสก์โวลุ่มอื่นที่ใช้สำหรับตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้  
  2. เปิดเทอร์มินัลที่อยู่ในโฟลเดอร์ยูทิลิตี้ของโฟลเดอร์แอพพลิเคชั่น
  3. พิมพ์หรือวางหนึ่งในคำสั่งต่อไปนี้ในเทอร์มินัล ซึ่งจะถือว่าตัวติดตั้งยังคงอยู่ในโฟลเดอร์แอพพลิเคชั่น และ MyVolume เป็นชื่อของแฟลชไดรฟ์ USB หรือดิสก์โวลุ่มอื่นที่คุณกำลังใช้ หากมีชื่ออื่น ให้ใช้MyVolume ในคำสั่งเหล่านี้พร้อมชื่อของโวลุ่มของคุณ

Big Sur:*

sudo /Applications/Install\ macOS\ Big\ Sur.app/Contents/Resources/createinstallmedia --volume /Volumes/MyVolume

Catalina:*

sudo /Applications/Install\ macOS\ Catalina.app/Contents/Resources/createinstallmedia --volume /Volumes/MyVolume

Mojave:*

sudo /Applications/Install\ macOS\ Mojave.app/Contents/Resources/createinstallmedia --volume /Volumes/MyVolume

High Sierra:*

sudo /Applications/Install\ macOS\ High\ Sierra.app/Contents/Resources/createinstallmedia --volume /Volumes/MyVolume

El Capitan:

sudo /Applications/Install\ OS\ X\ El\ Capitan.app/Contents/Resources/createinstallmedia --volume /Volumes/MyVolume --applicationpath /Applications/Install\ OS\ X\ El\ Capitan.app

* หาก Mac ของคุณใช้ macOS Sierra หรือก่อนหน้า ให้รวมอาร์กิวเมนต์ --applicationpath และพาธตัวติดตั้ง ซึ่งคล้ายกับวิธีที่ใช้อาร์กิวเมนต์นี้ในคำสั่งสำหรับ El Capitan


หลังจากพิมพ์คําสั่ง ให้ทำดังนี้

  1. กด Return เพื่อป้อนคําสั่ง
  2. พิมพ์รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบเมื่อระบบขอ และกด Return อีกครั้ง เทอร์มินัลจะไม่แสดงอักขระเมื่อคุณพิมพ์รหัสผ่านของคุณ
  3. เมื่อระบบขอ ให้พิมพ์ Y เพื่อยืนยันว่าคุณต้องการลบโวลุ่มนั้น แล้วกด Return เทอร์มินัลจะแสดงความคืบหน้าขณะลบดิสก์โวลุ่ม
  4. หลังจากลบดิสก์โวลุ่มแล้ว คุณอาจเห็นการแจ้งเตือนว่าเทอร์มินัลต้องการเข้าถึงไฟล์ในดิสก์โวลุ่มแบบถอดได้ คลิก "ตกลง" เพื่อเริ่มต้นการคัดลอก 
  5. เมื่อเทอร์มินัลบอกว่าดำเนินการเสร็จแล้ว ดิสก์โวลุ่มจะมีชื่อเดียวกับตัวติดตั้งที่คุณดาวน์โหลดมา เช่น Install macOS Big Sur ในตอนนี้คุณสามารถออกจากเทอร์มินัลและเอาโวลุ่มออกได้


ใช้ตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้

ตรวจสอบว่าคุณกำลังใช้ Mac ที่มี Apple Silicon หรือไม่ จากนั้นทำตามขั้นตอนที่เหมาะสม

Apple Silicon

  1. เสียบตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้เข้ากับ Mac ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและเข้ากันได้กับ macOS เวอร์ชั่นที่คุณติดตั้ง
  2. เปิดเครื่อง Mac และกดปุ่มเปิดปิดค้างไว้จนกว่าคุณจะเห็นหน้าต่างตัวเลือกการเริ่มต้นระบบ ซึ่งจะแสดงดิสก์โวลุ่มที่สามารถบูตได้
  3. เลือกดิสก์โวลุ่มที่มีตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้ จากนั้นคลิก "ดำเนินการต่อ"
  4. เมื่อเปิดโปรแกรมติดตั้ง macOS ให้ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ

โปรเซสเซอร์ Intel

  1. เสียบตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้เข้ากับ Mac ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและเข้ากันได้กับ macOS เวอร์ชั่นที่คุณติดตั้ง
  2. กดปุ่ม Option (Alt) ⌥ ค้างไว้ทันทีหลังจากที่เปิดเครื่องหรือรีสตาร์ท Mac
  3. ปล่อยปุ่ม Option เมื่อคุณเห็นหน้าจอสีเข้มที่แสดงดิสก์โวลุ่มที่สามารถบูตได้
  4. เลือกดิสก์โวลุ่มที่มีตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้ แล้วคลิกที่ลูกศรขึ้นหรือกดปุ่ม Return 
    หากคุณไม่สามารถเริ่มต้นระบบจากตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้ ให้ตรวจสอบว่าการตั้งค่าบูตภายนอกในยูทิลิตี้ความปลอดภัยการเริ่มต้นระบบมีการตั้งค่าให้อนุญาตการบูตจากสื่อภายนอก
  5. เลือกภาษาของคุณ หากระบบแจ้ง
  6. เลือกติดตั้ง macOS (หรือติดตั้ง OS X) จากหน้าต่างยูทิลิตี้ แล้วคลิกดำเนินการต่อ และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ


ดูเพิ่มเติม

ตัวติดตั้งที่สามารถบูตได้จะไม่ดาวน์โหลด macOS จากอินเทอร์เน็ต แต่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการรับเฟิร์มแวร์และข้อมูลอื่นๆ มายัง Mac รุ่นของคุณโดยเฉพาะ

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่ง createinstallmedia และอาร์กิวเมนต์ที่คุณใช้กับคำสั่งนี้ได้ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวติดตั้ง macOS อยู่ในโฟลเดอร์แอพพลิเคชั่นของคุณ แล้วป้อนพาธที่เหมาะสมลงในเทอร์มินัล ดังนี้

/Applications/Install\ macOS\ Big\ Sur.app/Contents/Resources/createinstallmedia
/Applications/Install\ macOS\ Catalina.app/Contents/Resources/createinstallmedia
/Applications/Install\ macOS\ Mojave.app/Contents/Resources/createinstallmedia
/Applications/Install\ macOS\ High\ Sierra.app/Contents/Resources/createinstallmedia
/Applications/Install\ OS\ X\ El\ Capitan.app/Contents/Resources/createinstallmedia
วันที่เผยแพร่: