คลังรูปภาพ iCloud

คลังรูปภาพ iCloud จะทำงานร่วมกับแอพรูปภาพได้อย่างราบรื่น เพื่อจัดเก็บรูปภาพและวิดีโออย่างปลอดภัยใน iCloud และอัพเดทให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอบน iPhone, iPad, iPod touch, Mac, Apple TV และ iCloud.com

วิธีการทำงานมีดังนี้

คลังรูปภาพ iCloud จะจัดเก็บรูปภาพและวิดีโอทั้งหมดที่คุณถ่ายไว้ใน iCloud โดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณสามารถเปิดดูสิ่งต่างๆ ในคลังจากอุปกรณ์ใดก็ได้ตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณทำกับคอลเลกชั่นบนอุปกรณ์เครื่องหนึ่ง จะไปปรากฏบนอุปกรณ์เครื่องอื่นด้วย รูปภาพและวิดีโอจะถูกจัดระเบียบตามช่วงเวลา คอลเลกชั่น และปี และความทรงจำและผู้คนทั้งหมดของคุณจะได้รับการอัพเดทในทุกเครื่อง ดังนั้น คุณจึงสามารถค้นหาช่วงเวลา สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนที่คุณต้องการได้อย่างรวดเร็ว

คอลเลกชั่นจะอัพโหลดข้อมูลไปยัง iCloud ทุกครั้งที่อุปกรณ์ของคุณเชื่อมต่อ Wi-Fi และชาร์จแบตเตอรี่ หากคุณใช้ iOS 11 ขึ้นไป คลังของคุณจะอัพเดทผ่านเซลลูลาร์ด้วย โดยเวลาที่ใช้ในการแสดงผลรูปภาพและวิดีโอบนอุปกรณ์ทุกเครื่องที่คุณมี รวมถึงใน iCloud.com อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ต

ก่อนที่คุณจะเริ่ม

  1. อัพเดท iPhone, iPad หรือ iPod touch เป็น iOS เวอร์ชั่นล่าสุด, Mac เป็น macOS เวอร์ชั่นล่าสุด และ Apple TV (รุ่นที่ 4) เป็น tvOS เวอร์ชั่นล่าสุด
  2. ตั้งค่า iCloud บนอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณ
  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณลงชื่อเข้าใช้ iCloud ด้วย Apple ID เดียวกันในอุปกรณ์ทุกเครื่องที่คุณต้องการใช้คลังรูปภาพ iCloud
  4. หากคุณมี PC ที่ใช้ Windows ให้อัพเดทเป็น Windows 7 ขึ้นไป และดาวน์โหลด iCloud สำหรับ Windows

เปิดคลังรูปภาพ iCloud

  • บน iPhone, iPad หรือ iPod touch ของคุณที่ใช้ iOS 10.3 ขึ้นไป ให้ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > รูปภาพ จากนั้นเปิดคลังรูปภาพ iCloud ใน iOS 10.2 หรือเวอร์ชั่นก่อนหน้า ให้ไปที่การตั้งค่า > iCloud > รูปภาพ
  • บน Mac ที่ใช้ OS X 10.10.3 หรือใหม่กว่า ให้ไปที่ การตั้งค่าระบบ > iCloud คลิก ตัวเลือก ถัดจาก รูปภาพ จากนั้นเลือก คลังรูปภาพ iCloud
  • บน Apple TV (รุ่นที่ 4) ที่ใช้ tvOS 9.2 หรือใหม่กว่า ให้ไปที่ การตั้งค่า > บัญชี > iCloud > คลังรูปภาพ iCloud
  • บน PC ที่ใช้ Windows ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ดูสิ่งที่คุณแก้ไขบนอุปกรณ์ทุกเครื่องที่คุณมี

เมื่อคุณแก้ไขในแอพรูปภาพบนอุปกรณ์ iOS หรือ Mac รูปภาพนั้นก็จะอัพเดทบนอุปกรณ์ทุกเครื่องของคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งหากคุณครอบตัดหรือปรับความอิ่มสีของรูปภาพจาก iPhone คุณก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเมื่อเปิดดูรูปภาพในคลังจาก Macหากคุณเปลี่ยนใจและต้องการแปลงกลับเป็นมุมมองเดิมก็ไม่มีปัญหา เพราะรูปภาพและวิดีโอดั้งเดิมจะจัดเก็บไว้ใน iCloud ซึ่งคุณสามารถกลับมายังรูปภาพดั้งเดิมได้ทุกเมื่อ

แม้แต่รูปภาพและวิดีโอที่คุณลบบนอุปกรณ์เครื่องหนึ่ง ก็จะถูกลบออกจากอุปกรณ์ทุกเครื่องที่คุณใช้คลังรูปภาพ iCloud ด้วย และหากคุณต้องการนำรูปภาพกลับมา คุณสามารถกู้คืนได้จากอัลบั้ม "ที่เพิ่งลบล่าสุด" ภายใน 30 วัน

คุณสามารถแก้ไขได้ใน iPhone, iPad, iPod touch หรือ Mac ซึ่งคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงใน Apple TV โดยอัตโนมัติ คอลเลกชั่นทั้งชุดของคุณสามารถใช้งานได้ใน Apple TV ซึ่งประกอบด้วยความทรงจำและอัลบั้มที่แชร์

ประเภทไฟล์ที่สามารถใช้กับคลังรูปภาพ iCloud ได้

รูปภาพและวิดีโอจะถูกจัดเก็บไว้ใน iCloud เหมือนกับตอนที่คุณกดบันทึก รูปภาพทั้งหมดจะถูกจัดเก็บที่ความละเอียดสูงสุดในรูปแบบไฟล์ดั้งเดิม ซึ่งได้แก่ HEIF, JPEG, RAW, PNG, GIF, TIFF, HEVC และ MP4 รวมไปถึงรูปแบบไฟล์พิเศษที่คุณบันทึกโดยใช้ iPhone ของคุณด้วย เช่น สโลว์โมชั่น, ไทม์แลปส์, วิดีโอ 4K และ Live Photos

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีเนื้อที่เก็บข้อมูลเพียงพอ

รูปภาพและวิดีโอที่คุณเก็บไว้ในคลังรูปภาพ iCloud จะใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล iCloud และเนื้อที่เก็บข้อมูลในอุปกรณ์ ซึ่งคุณสามารถเก็บรูปภาพและวิดีโอจำนวนมากเท่าใดก็ได้ตามที่ต้องการ ตราบใดที่คุณมีเนื้อที่ใน iCloud และบนอุปกรณ์เพียงพอ เมื่อคุณสมัครใช้ iCloud คุณจะได้รับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลฟรี 5 GB โดยอัตโนมัติ หากคุณต้องการพื้นที่เพิ่ม คุณสามารถซื้อพื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud เพิ่มได้ โดยแผนจะเริ่มต้นที่ 50 GB ในราคา $0.99 (USD) ต่อเดือน หากคุณเลือกแผน 200 GB หรือ 2 TB คุณสามารถแชร์พื้นที่จัดเก็บข้อมูลกับครอบครัวได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนและราคาในภูมิภาคของคุณ

 

ประหยัดเนื้อที่บนอุปกรณ์

คลังรูปภาพ iCloud จะเก็บรูปภาพและวิดีโอทั้งหมดของคุณในเวอร์ชั่นดั้งเดิมที่มีความละเอียดสูง ทั้งนี้คุณสามารถประหยัดเนื้อที่บนอุปกรณ์ของคุณได้ เมื่อคุณเปิด ปรับเนื้อที่เก็บข้อมูลให้เหมาะสม

บน iPhone, iPad หรือ iPod touch ให้ทำดังนี้

  1. แตะการตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud หากคุณใช้ iOS 10.2 หรือเวอร์ชั่นก่อนหน้า ให้แตะการตั้งค่า > iCloud
  2. แตะรูปภาพ
  3. เลือก ปรับเนื้อที่เก็บข้อมูลของ [อุปกรณ์] ให้เหมาะสม

บน Mac ให้ทำดังนี้

  1. เปิดแอพรูปภาพและคลิก รูปภาพ ในแถบเมนู
  2. คลิก การตั้งค่า
  3. ไปที่แท็บ iCloud และเลือกการตั้งค่าเนื้อที่เก็บข้อมูล

หากคุณเปิด "ปรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้เหมาะสม" ไว้ คลังรูปภาพ iCloud จะจัดการขนาดของคลังบนอุปกรณ์ให้โดยอัตโนมัติ โดยรูปภาพและวิดีโอดั้งเดิมจะจัดเก็บไว้ใน iCloud และจัดเก็บรูปภาพและวิดีโอเวอร์ชั่นประหยัดเนื้อที่ไว้บนอุปกรณ์ ทั้งนี้คลังของคุณจะได้รับการปรับให้เหมาะสมเมื่อคุณต้องการเนื้อที่เพิ่มเท่านั้น ซึ่งจะเริ่มจากรูปภาพและวิดีโอที่คุณเปิดดูน้อยที่สุด คุณสามารถดาวน์โหลดรูปภาพและวิดีโอดั้งเดิมผ่าน Wi-Fi หรือเซลลูลาร์ได้ในเวลาที่คุณต้องการ และสามารถใช้ ปรับเนื้อที่เก็บข้อมูลให้เหมาะสม ได้บน iPhone, iPad, iPod touch และ Mac

หากคุณเปิด ดาวน์โหลดต้นฉบับ ไว้ คลังรูปภาพ iCloud จะเก็บรูปภาพและวิดีโอดั้งเดิมแบบเต็มความละเอียดไว้ใน iCloud และบนอุปกรณ์

หยุดการอัพโหลดคลังไปยัง iCloud แบบชั่วคราว

เมื่อคุณเปิดคลังรูปภาพ iCloud เวลาที่ใช้ในการอัพโหลดรูปภาพและวิดีโอไปยัง iCloud จะขึ้นอยู่กับขนาดของคอลเลกชั่นและความเร็วอินเทอร์เน็ต หากคอลเลกชั่นรูปภาพและวิดีโอมีขนาดใหญ่ การอัพโหลดจะใช้เวลานานกว่าปกติ คุณสามารถดูสถานะและหยุดการอัพโหลดชั่วคราวได้เป็นเวลาหนึ่งวัน

  • บน iPhone, iPad หรือ iPod touch ของคุณ ให้ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > รูปภาพใน iOS 10.2 หรือเวอร์ชั่นก่อนหน้า ให้ไปที่การตั้งค่า > iCloud > รูปภาพ คุณยังสามารถเปิดแอพรูปภาพ ไปที่มุมมองช่วงเวลา แล้วเลื่อนไปยังด้านล่างสุดของหน้าจอได้อีกด้วย
  • บน Mac ของคุณ ให้เปิดแอพรูปภาพ เลือกรูปภาพในแถบด้านข้าง แล้วคลิกช่วงเวลาในรายการแท็บในแถบเครื่องมือ เลื่อนไปยังด้านล่างสุดของรูปภาพ แล้วคลิกหยุดพัก

สำรองข้อมูลรูปภาพและวิดีโอ

เมื่อคุณเปิดคลังรูปภาพ iCloud รูปภาพและวิดีโอจะอัพโหลดไปยัง iCloud โดยอัตโนมัติ โดยจะไม่มีการทำสำเนาในข้อมูลสำรอง iCloud แต่เราแนะนำให้คุณจัดเก็บสำเนาข้อมูลคลังสำรองของคุณอยู่เสมอ คุณสามารถดาวน์โหลดรูปภาพและวิดีโอจาก iCloud.com ไปยังคอมพิวเตอร์ และจัดเก็บไว้เป็นคลังแยกต่างหาก ถ่ายโอนไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นด้วย ตัวจับภาพ หรือแอพรูปภาพ หรือจัดเก็บไว้ในไดรฟ์แยกต่างหาก

ดูเพิ่มเติม

ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple หรือเว็บไซต์อิสระที่ไม่ได้ควบคุมหรือทดสอบโดย Apple มีให้โดยไม่มีคำแนะนำหรือการรับรองใดๆ Apple ไม่ขอรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือก ประสิทธิภาพ หรือการใช้งานเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น Apple ไม่รับรองความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของบริษัทอื่น ความเสี่ยงต่างๆ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ติดต่อผู้จำหน่ายสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของแต่ละราย

วันที่เผยแพร่:Wed Feb 28 15:30:03 GMT 2018