Apple ID และความเป็นส่วนตัว

Apple ID ได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องข้อมูลของคุณและทำให้คุณสามารถเลือกสิ่งที่คุณต้องการแชร์ได้


  • เมื่อคุณลงชื่อเข้าด้วย Apple ID ของคุณ คุณจะเปิดใช้งานบริการต่างๆ เช่น iCloud, App Store, iMessage และ “ค้นหา iPhone ของฉัน” บน iPhone เครื่องนี้
  • ข้อมูลบางอย่าง ซึ่งได้แก่ รายชื่อ ปฏิทิน รูปภาพ เอกสาร สุขภาพ กิจกรรม และข้อมูลแอพอื่นๆ จะถูกส่งไปที่ Apple เพื่อจัดเก็บและสำรองข้อมูลในนามของคุณ
  • นอกจากนี้ อุปกรณ์ของคุณยังผูกอยู่กับ Apple ID ของคุณเพื่อมอบบริการช่วยเหลือและบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับคุณ

Apple ID ของคุณและบริการทั้งหมดของ Apple ได้รับการออกแบบมาตั้งแต่ต้นเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เราทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาประสบการณ์ที่คุณใช้งานให้ดีขึ้น และเมื่อเราเก็บรวบรวมข้อมูล เราเชื่อว่าเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะได้รับทราบว่าเราเก็บข้อมูลอะไรและเหตุใดเราจึงต้องการข้อมูลนั้น เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้โดยการได้รับข้อมูลที่เพียงพอ

Apple ID คือบัญชีส่วนบุคคลที่คุณใช้เพื่อเข้าถึงบริการของ Apple อย่างเช่น iCloud, App Store, iTunes Store, iMessage และ FaceTime รวมทั้งเข้าถึงเนื้อหาของคุณในอุปกรณ์ทุกเครื่องของคุณและเว็บ Apple ID ของคุณจะมีข้อมูลที่คุณใช้ในการลงชื่อเข้า รวมทั้งรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับรายชื่อ การชำระเงิน และรายละเอียดความปลอดภัย เช่น เบอร์โทรศัพท์ที่เชื่อถือแล้วหรือคำถามรักษาความปลอดภัยที่คุณใช้กับบริการต่างๆ ของ Apple ชื่อ เลขประจำเครื่อง และข้อมูลจำเพาะอื่นๆ ของฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์คุณจะถูกเก็บรักษาไว้เพื่อให้คุณได้รับบริการและการสนับสนุนที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย คุณสามารถแก้ไขข้อมูล Apple ID และดูรายการอุปกรณ์ของคุณได้ในหน้าบัญชี Apple ID ของคุณ (https://appleid.apple.com)

เมื่อคุณลงชื่อเข้าด้วย Apple ID ของคุณ คุณจะเปิดใช้งานบริการต่างๆ เช่น iCloud, iTunes Store, App Store, iMessage, FaceTime และ “ค้นหา iPhone ของฉัน” บน iPhone เครื่องนี้ ข้อมูลบัญชี Apple ID ของคุณจะถูกใช้กับบริการแต่ละอย่างและบางข้อมูลจากอุปกรณ์ของคุณ รวมถึงรายชื่อ ปฏิทิน รูปภาพ เอกสาร สุขภาพ กิจกรรม แถบใน Safari และข้อมูลแอพอื่นๆ จะถูกส่งไปที่ Apple เพื่อจัดเก็บและสำรองข้อมูลในนามของคุณ

iCloud และความเป็นส่วนตัว

การลงชื่อเข้า iCloud

เมื่อคุณใช้ iCloud ข้อมูลบางอย่างที่คุณจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณจะถูกส่งและจัดเก็บโดย Apple โดยอัตโนมัติ การดำเนินการนี้จะอนุญาตให้คุณเข้าถึงข้อมูลบนอุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์ (“อุปกรณ์”) ทุกเครื่องของคุณที่สามารถใช้งาน iCloud ได้โดยอัตโนมัติ ข้อมูลนี้อาจจะรวมถึง:

  • รายชื่อ 
  • ปฏิทิน 
  • เตือนความจำ 
  • ที่คั่นหน้า 
  • แถบ Safari
  • ข้อมูลแอพสุขภาพ 
  • ข้อมูลแอพบ้าน
  • โน้ต
  • รูปภาพ
  • เอกสาร
  • ข้อมูลแอพ Wallet
  • พวงกุญแจและรหัสผ่าน
  • การตั้งค่าอุปกรณ์และบัญชี
  • ข้อมูลจากแอพของบุคคลหรือบริษัทอื่นที่ใช้ iCloud

นอกจากนี้ ข้อมูลสำรอง iCloud ยังถูกเปิดใช้งานเพื่อช่วยให้มั่นใจว่าคุณมีข้อมูลสำรองปัจจุบันของข้อมูลบนอุปกรณ์ของคุณในกรณีที่คุณต้องเปลี่ยนหรือกู้คืนอุปกรณ์

คุณสามารถปรับว่าจะให้เปิดใช้งานคุณสมบัติ iCloud คุณสมบัติใดและส่งข้อมูลอะไรไปที่ iCloud ได้จากการตั้งค่าบนอุปกรณ์ของคุณตลอดเวลา

ความปลอดภัยข้อมูล iCloud

iCloud จะปกป้องข้อมูลของคุณโดยการเข้ารหัสข้อมูลในระหว่างที่ส่งต่อ จัดเก็บบน iCloud ในรูปแบบเข้ารหัส และใช้โทเค็นที่ปลอดภัยเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ สำหรับข้อมูลบางอย่าง Apple จะใช้การเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งหมายความว่าจะมีเพียงคุณเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้และเข้าถึงได้เฉพาะบนอุปกรณ์ที่คุณใช้ลงชื่อเข้า iCloud เท่านั้น โดยคนอื่นหรือแม้กระทั่ง Apple จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมความปลอดภัยข้อมูล iCloud ให้ดูที่ https://support.apple.com/th-th/HT202303

ในบางกรณี ข้อมูล iCloud ของคุณอาจจะถูกจัดเก็บโดยใช้เซิร์ฟเวอร์ของคู่ค้าของบริษัทอื่น แม้ว่า Apple จะไม่เคยจัดหากุญแจการเข้ารหัสให้กับบุคคลหรือบริษัทอื่นก็ตาม

พวงกุญแจ iCloud 

พวงกุญแจ iCloud จะทำให้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของเว็บไซต์ Safari ข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลเครือข่าย Wi-Fi ในอุปกรณ์ทุกเครื่องของคุณอัพเดทตรงกันอยู่เสมอและสามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ยังสามารถจัดเก็บข้อมูลบัญชีที่คุณใช้สำหรับแอพเมล แอพรายชื่อ แอพปฏิทิน แอพข้อความ แอพ Facebook แอพทวิตเตอร์ แอพ LinkedIn และบัญชีอินเทอร์เน็ตบัญชีอื่นๆ รวมทั้งเพิ่มข้อมูลนี้โดยอัตโนมัติไปยังอุปกรณ์ของคุณทุกเครื่องได้

พวงกุญแจ iCloud จะใช้การเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทางและได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีเพียงคุณเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้และเข้าถึงได้เฉพาะบนอุปกรณ์ที่คุณใช้ลงชื่อเข้า iCloud เท่านั้น โดยคนอื่นหรือแม้กระทั่ง Apple จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลพวงกุญแจ iCloud ของคุณได้ คุณสามารถเลือกปิดใช้พวงกุญแจ iCloud ในการตั้งค่า iCloud ได้ตลอดเวลา

ข้อมูลสำรอง iCloud

เมื่อคุณใช้ข้อมูลสำรอง iCloud ข้อมูลสำรองของคุณอาจประกอบด้วยรูปภาพ, วิดีโอ, ข้อความ (iMessage, SMS และ MMS), ข้อมูลแอพสุขภาพและข้อมูลแอพอื่นๆ, การตั้งค่าตำแหน่งที่ตั้ง (เช่น เตือนความจำตามตำแหน่งที่ตั้งที่คุณตั้งค่าไว้), Visual Voicemail, การตั้งค่าอุปกรณ์, คุณลักษณะของอุปกรณ์ และข้อมูลอื่นๆ จากอุปกรณ์ iOS ของคุณ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของคุณ

คุณสามารถหยุดการทำงาน iCloud ไม่ให้สำรองข้อมูลแอพสำหรับบางแอพได้โดยไปที่การตั้งค่า แล้วแตะ Apple ID แตะ iCloud แตะจัดการที่จัดเก็บข้อมูล แตะข้อมูลสำรอง เลือกอุปกรณ์ iOS ที่คุณใช้อยู่ในส่วนข้อมูลสำรอง จากนั้นปิดสวิตช์ของแอพที่คุณต้องการปิดใช้งานการสำรองข้อมูล

คุณสามารถปิดใช้ข้อมูลสำรอง iCloud ทั้งหมดจากการตั้งค่า iCloud และใช้ iTunes เพื่อสำรองข้อมูลอุปกรณ์ iOS ไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณได้ ในการเอาข้อมูลสำรองของคุณออกจาก iCloud โดยสมบูรณ์ คุณสามารถลบข้อมูลสำรองของคุณแต่ละรายการก่อนที่จะปิดใช้ข้อมูลสำรอง iCloud ได้ หรือไม่เช่นนั้น ข้อมูลสำรองจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่เกิน 180 วัน

การแชร์ข้อมูลกับ iCloud

ถ้าคุณใช้ iCloud เพื่อแชร์ไฟล์แบบสาธารณะหรือแชร์แบบส่วนตัวในโน้ต, Pages, Numbers, Keynote และในแอพของบริษัทหรือบุคคลอื่นบางแอพ Apple จะจัดเก็บและสามารถเข้าถึงไฟล์ที่แชร์ได้ ชื่อและนามสกุลของคุณที่ผูกกับบัญชีและชื่อไฟล์จะถูกเปิดเผยกับทุกคนที่สามารถเข้าถึงลิงก์ที่แชร์ได้ไม่ว่าจะแชร์แบบสาธารณะหรือแบบส่วนตัวก็ตาม ข้อมูลประจำตัวของผู้เข้าร่วมแชร์แบบส่วนตัวจะไม่ถูกเปิดเผยกับคนที่ไม่ได้รับเชิญและไม่ได้ยอมรับการแชร์แบบส่วนตัว

iCloud และแอพ

แอพบางแอพจะใช้ iCloud เพื่อจัดเก็บข้อมูลและเนื้อหาที่คุณให้ลงในแอพ เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์ของคุณทุกเครื่องที่สามารถใช้งาน iCloud ได้ โดยแอพอาจจะเลือกจัดเก็บข้อมูลของคุณบน iCloud บางส่วนหรือทั้งหมด แอพของบุคคลหรือบริษัทอื่นสามารถขอให้ “ค้นหาคุณ” ได้ เพื่อให้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวคนอื่นๆ สามารถเห็นชื่อและนามสกุลของคุณได้เมื่อพวกเขาค้นหาโดยใช้ Apple ID 

คุณสามารถหยุดแอพไม่ให้จัดเก็บข้อมูลบน iCloud ได้โดยปิดใช้แอพนั้นในการตั้งค่า iCloud ด้านใต้แอพที่ใช้ iCloud

ค้นหา iPhone ของฉัน

เมื่อคุณลงชื่อเข้าและเปิดใช้งาน iCloud บนอุปกรณ์ของคุณ คุณสมบัติบางอย่างของ “ค้นหา iPhone ของฉัน” จะถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ คุณสมบัติเหล่านี้ได้แก่ความสามารถในการเล่นเสียงบนอุปกรณ์ของคุณ ล็อคจากระยะไกลและแสดงข้อความบนอุปกรณ์ หรือลบข้อมูลจากระยะไกล ถ้าคุณเปิดใช้งานบริการหาตำแหน่งที่ตั้งด้วย “ค้นหา iPhone ของฉัน” จะสามารถช่วยคุณระบุตำแหน่งอุปกรณ์ของคุณได้บนแผนที่ หรือดูตำแหน่งล่าสุดที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมที่รองรับ ถ้าคุณเลือกเปิดใช้งานคุณสมบัติส่งตำแหน่งที่ตั้งล่าสุด ตำแหน่งที่ตั้งล่าสุดที่ทราบของอุปกรณ์คุณจะถูกส่งไปที่ Apple โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่แบตเตอรี่ของอุปกรณ์ของคุณอยู่ในระดับต่ำเกินไป 

การเปิดใช้งาน “ค้นหา iPhone ของฉัน” บน iPhone ของคุณจะเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้โดยอัตโนมัติบน Apple Watch เรือนใดๆ ที่จับคู่อยู่ คุณยังสามารถเปิดใช้งาน “ค้นหา iPhone ของฉัน” สำหรับ Apple Watch ได้อีกด้วย ซึ่งจะเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้บน iPhone เครื่องที่จับคู่อยู่ของคุณ

เมื่อคุณใช้ “ค้นหา iPhone ของฉัน” ตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์คุณ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์และบัญชีของคุณจะถูกส่งและเก็บข้อมูลโดย Apple เพื่อให้ Apple สามารถจัดหาบริการให้แก่คุณได้ ตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์คุณจะถูกส่งไปที่ Apple เท่านั้นหากคุณร้องขอตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์หรืออุปกรณ์เสริม Apple จะเก็บข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งและทำให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนั้น ข้อมูลจะถูกลบออกไป

คุณสามารถปิดใช้ “ค้นหา iPhone ของฉัน” บนอุปกรณ์ของคุณได้โดยเปิดการต้ังค่า > Apple ID > iCloud > ค้นหา iPhone ของฉัน แล้วปิดสวิตช์ “ค้นหา iPhone ของฉัน”

ค้นหาเพื่อนๆ ของฉันและแชร์ตำแหน่งที่ตั้งของฉัน

เมื่อคุณเปิดใช้งานบริการหาตำแหน่งที่ตั้ง คุณจะสามารถแชร์ตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันของอุปกรณ์คุณกับทุกคนที่คุณเลือกได้โดยใช้ “ค้นหาเพื่อนๆ ของฉัน” และแชร์ตำแหน่งที่ตั้งของฉัน เมื่อใช้คุณสมบัติเหล่านี้ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของคุณจะถูกส่งไปที่ Apple เท่านั้นหากเพื่อนที่คุณแชร์ข้อมูลด้วยขอตำแหน่งที่ตั้งของคุณ และข้อมูลดังกล่าวจะถูกเก็บไว้เป็นเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากนั้น ข้อมูลจะถูกลบออกไป

บริการต่างๆ ของ Apple ต้องใช้ iCloud

ในการใช้บริการต่างๆ ของ Apple เช่น Apple Pay, การแชร์กิจกรรม, บ้าน, Handoff, คลิปบอร์ดกลาง และการปลดล็อคอัตโนมัติด้วย Apple Watch คุณจะต้องลงชื่อเข้า iCloud บนอุปกรณ์ของคุณ อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องใช้คุณสมบัติทั้งหมดของ iCloud ก็ได้ คุณสามารถปิดใช้คุณสมบัติ iCloud ใดๆ ที่คุณไม่ต้องการใช้ได้ในการตั้งค่า iCloud บนอุปกรณ์ของคุณ 

การลงชื่อออกจาก iCloud

ถ้าคุณต้องการหยุดใช้ iCloud บนอุปกรณ์ iOS ของคุณและ Apple Watch เรือนใดๆ ที่จับคู่อยู่ คุณสามารถลงชื่อออกจาก iCloud ได้โดยไปที่การตั้งค่า แตะ Apple ID ของคุณ แล้วแตะปุ่มลงชื่อออก ในการหยุดใช้ iCloud บน Mac ของคุณ ให้ไปที่บานหน้าต่าง iCloud ภายในการตั้งค่าระบบแล้วลงชื่อออกจาก iCloud ทั้งนี้คุณอาจจะต้องใช้รหัสผ่าน Apple ID ของคุณด้วย

การแชร์กันในครอบครัว

การแชร์กันในครอบครัวช่วยให้คุณสามารถแชร์เนื้อหา ตำแหน่งที่ตั้ง และข้อมูลการใช้งานหน้าจอร่วมกันกับสมาชิกครอบครัวได้ สมาชิกทุกคนของครอบครัวคุณจะสามารถเข้าถึงสินค้าที่คุณซื้อและดูประวัติการซื้อของคุณได้ ถ้าคุณเปิดใช้งานการแชร์สินค้าที่ซื้อ ผู้จัดการครอบครัวยังจะได้รับใบเสร็จของสินค้าใดๆ ที่ซื้อมาจาก App Store, Apple Books และ iTunes อีกด้วย ในการซ่อนสินค้าที่ซื้อ ให้ปิดใช้งานการแชร์สินค้าที่ซื้อของฉัน ในการตั้งค่าการแชร์กันในครอบครัว ถ้าคุณเลือกที่จะแชร์ตำแหน่งที่ตั้งของคุณกับครอบครัว สมาชิกทุกคนในครอบครัวที่คุณแชร์ข้อมูลด้วยจะสามารถดูตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ทุกเครื่องของคุณได้ นอกเสียจากว่าคุณเลือกที่จะปิดใช้งาน “ค้นหา iPhone ของฉัน” ในบริการหาตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งเป็นการตั้งค่าของบริการของระบบบนอุปกรณ์ของคุณ ถ้าคุณเปิดใช้งานคุณสมบัติเวลาที่อยู่กับหน้าจอของครอบครัว คุณจะสามารถดูข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการใช้งานหน้าจอของสมาชิกครอบครัวของคุณ และตั้งการจำกัดเวลาได้ถ้าคุณต้องการ สมาชิกครอบครัวที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะสามารถดูข้อมูลการใช้งานหน้าจอของสมาชิกคนอื่นได้

iMessage และ FaceTime

เมื่อคุณลงชื่อเข้าด้วย Apple ID ของคุณบน iPhone คุณจะลงชื่อเข้า iMessage และ FaceTime ไปโดยอัตโนมัติ Apple ID หรือเบอร์โทรศัพท์ของคุณจะแสดงขึ้นมาให้คนที่คุณติดต่อด้วยเห็น และคนอื่นสามารถเข้าถึงคุณได้โดยใช้ Apple ID ของคุณ รวมทั้งที่อยู่อีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ในบัญชีของคุณ คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ iMessage และ FaceTime และความเป็นเป็นส่วนตัวได้โดยไปที่ การตั้งค่า > ข้อความ > “เกี่ยวกับ iMessage และ FaceTime และความเป็นส่วนตัว”

iTunes Store, App Store และเพลง

เมื่อคุณลงชื่อเข้าด้วย Apple ID ของคุณบน iPhone คุณจะลงชื่อเข้า iTunes Store, App Store และ Apple Music ไปโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณสามารถซื้อสินค้าหรือเริ่มใช้งาน Apple Music ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย สินค้าที่คุณเลือกที่จะซื้อจะถูกบันทึกอยู่ในระบบของเรา คุณจึงสามารถดาวน์โหลดสินค้าเหล่านั้นได้อีกครั้งตลอดเวลา ถ้าคุณใช้ Apple Music ประวัติการฟังของคุณอาจจะถูกเก็บรักษาไว้และใช้เพื่อช่วยจัดหาคำแนะนำที่ปรับให้เข้ากับตัวคุณใน “สำหรับคุณ” คุณสามารถเลือกที่จะไม่แชร์ประวัติการฟังของคุณจากการตั้งค่า Apple Music ได้ 

ถ้า iTunes Match มีให้บริการในภูมิภาคของคุณและคุณใช้ iTunes Match ระบบ iCloud จะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสื่อในคลัง iTunes ของคุณ และจับคู่สื่อกับเพลงที่มีให้ใช้งานอยู่ในตอนนี้ใน iTunes Store หรืออัพโหลดเพลงที่ไม่สามารถจับคู่ได้ หลังจากที่สามารถเข้าถึงเพลงเหล่านั้นได้โดยอุปกรณ์ที่ของคุณที่เข้าเกณฑ์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iTunes Store, App Store และเพลง โปรดอ่าน “เกี่ยวกับคำแนะนำความเป็นส่วนตัว”

Game Center

เมื่อคุณลงชื่อเข้าด้วย Apple ID ของคุณบน iPhone คุณจะลงชื่อเข้า Game Center ไปโดยอัตโนมัติ Game Center จะอนุญาตให้คุณมีส่วนร่วมในเกมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการมีส่วนร่วมในกระดานแต้มนำ เกมที่เล่นได้หลายคน และการติดตามผลสำเร็จ

เมื่อคุณใช้ Game Center คนอื่นๆ อาจจะสามารถมองเห็นชื่อเล่นใน Game Center ของคุณและข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องได้ เมื่อเล่นเกมที่รองรับฟังก์ชั่นการเล่นแบบหลายคน ผู้ใช้คนอื่นๆ ที่เข้าถึง Game Center จากภายในเกมเดียวกันบนเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน เครือข่ายท้องถิ่น หรือภายในระยะบลูทูธจะสามารถเห็นว่าคุณอยู่บริเวณใกล้เคียง (นอกเสียจากว่าคุณจะปิดใช้คุณสมบัตินี้) รวมทั้งดูชื่อเล่นของคุณได้ มีเพียงผู้ใช้ที่คุณได้เชิญให้เป็นเพื่อนเท่านั้นที่สามารถเห็นชื่อที่แท้จริงของคุณได้ และจะมีเพียงผู้ใช้ที่คุณไม่ได้ขอให้เป็นเพื่อนเท่านั้นที่สามารถมองเห็นชื่อเล่นของคุณได้

ข้อมูลการใช้งาน

เรายังเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งาน iCloud ของคุณเพื่อให้บริการแก่คุณและปรับปรุงคุณภาพของบริการอีกด้วย ในการช่วยจัดการกับปัญหาของลูกค้าที่อาจเกิดขึ้น ข้อมูลเหล่านี้บางส่วนอาจถูกผูกกับ Apple ID ของคุณ เราอาจใช้ที่อยู่ IP ของคุณเพื่อพิจารณาว่าคุณเข้าถึงบริการจากเมืองและประเทศใด แต่เราจะไม่เก็บข้อมูลนี้ไว้

ข้อมูลที่ Apple ได้รับจะได้รับการปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Apple เสมอ ซึ่งสามารถอ่านได้ที่ www.apple.com/th/privacy

 

ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple หรือเว็บไซต์อิสระที่ไม่ได้ควบคุมหรือทดสอบโดย Apple มีให้โดยไม่มีคำแนะนำหรือการรับรองใดๆ Apple ไม่ขอรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือก ประสิทธิภาพ หรือการใช้งานเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น Apple ไม่รับรองความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของบริษัทอื่น ความเสี่ยงต่างๆ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ติดต่อผู้จำหน่ายสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของแต่ละราย

วันที่เผยแพร่: