แบตเตอรี่และประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone

ทำความเข้าใจประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone รวมถึงความเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ของคุณ

iPhone ของคุณได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและไม่ซับซ้อน ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและวิศวกรรมที่ซับซ้อนเท่านั้น ขอบเขตเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่งของเราอยู่ที่แบตเตอรี่และประสิทธิภาพการทำงาน โดยแบตเตอรี่เป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อน และมีตัวแปรจำนวนมากที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่และส่งผลเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ทุกชนิดเป็นชิ้นส่วนที่ใช้แล้วหมดไปและมีอายุการใช้งานที่จำกัด ซึ่งหมายความว่าท้ายที่สุดแล้ว ความจุและประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่เหล่านี้จะเสื่อมถอย แบตเตอรี่จึงจำเป็นต้องรับการเปลี่ยน และเมื่ออายุของแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone เราได้เรียบเรียงข้อมูลเหล่านี้เพื่ออำนวยประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

แบตเตอรี่ iPhone ใช้เทคโนโลยีลิเธียมไอออน ซึ่งเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นเก่าๆ แล้ว แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสามารถชาร์จได้เร็วกว่า เก็บประจุได้นานกว่า และมีความหนาแน่นของกำลังไฟที่สูงกว่า จึงให้ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นพร้อมทั้งมีน้ำหนักที่เบาลง โดยในขณะนี้ เทคโนโลยีลิเธียมไอออนแบบชาร์จซ้ำได้เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับอุปกรณ์ของคุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่ให้เต็มขีดความสามารถ

“ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่” หมายถึงระยะเวลาที่อุปกรณ์สามารถทำงานได้ก่อนที่จะต้องชาร์จใหม่ “อายุการใช้งานแบตเตอรี่” หมายถึงระยะเวลาที่แบตเตอรี่สามารถทำงานได้ก่อนที่จะต้องเปลี่ยนเป็นชิ้นใหม่ ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อระยะเวลาการใช้งานและอายุการใช้งานแบตเตอรี่มาจากหลายๆ สิ่งที่คุณทำกับอุปกรณ์ของคุณ ซึ่งไม่ว่าคุณจะใช้อุปกรณ์อย่างไร ก็ล้วนแต่มีวิธีช่วยในส่วนนี้เสมอ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะเชื่อมโยงกับ “อายุทางเคมี” ของแบตเตอรี่ ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องของระยะเวลาเพียงอย่างเดียว แต่จะประกอบไปด้วยปัจจัยอื่นๆ อาทิ จำนวนรอบการชาร์จ และวิธีการดูแลรักษาแบตเตอรี่ ทำตามเคล็ดลับเหล่านี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่ให้เต็มขีดความสามารถ และเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ตัวอย่างเช่น ชาร์จ iPhone เพียงครึ่งเดียวเมื่อต้องเก็บไว้เป็นระยะยาว และหลีกเลี่ยงการชาร์จหรือวาง iPhone ทิ้งไว้ในสภาพแวดล้อมที่ร้อน รวมถึงสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน

เมื่อแบตเตอรี่มีอายุทางเคมีเพิ่มขึ้น

แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ทุกชนิดเป็นชิ้นส่วนที่ใช้แล้วหมดไปซึ่งจะมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อมีอายุทางเคมีเพิ่มขึ้น 

เมื่อแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีอายุทางเคมีเพิ่มขึ้น ปริมาณการชาร์จไฟที่แบตเตอรี่สามารถเก็บได้จะลดลง ส่งผลให้อุปกรณ์มีระยะเวลาการใช้งานสั้นลงก่อนที่จะต้องชาร์จใหม่ ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ ซึ่งหมายถึงปริมาณความจุของแบตเตอรี่ที่สัมพันธ์กับความใหม่ของแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ความสามารถของแบตเตอรี่ในการมอบประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด หรือ “กำลังไฟสูงสุด” ในช่วงเวลาหนึ่งอาจลดลงด้วย ซึ่งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต้องสามารถดึงกำลังไฟจากแบตเตอรี่ได้อย่างทันทีเพื่อให้โทรศัพท์สามารถทำงานอย่างเป็นปกติได้ คุณสมบัติหนึ่งที่ส่งผลต่อการจ่ายไฟอย่างทันทีนี้ คือความต้านทานของแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ที่มีความต้านทานสูงอาจไม่สามารถจ่ายไฟได้เพียงพอตามที่ระบบต้องการ ซึ่งความต้านทานของแบตเตอรี่สามารถเพิ่มขึ้นได้หากแบตเตอรี่มีอายุเคมีสูง ความต้านทานของแบตเตอรี่จะเพิ่มขึ้นชั่วคราวเมื่อแบตเตอรี่มีกำลังไฟต่ำ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำ โดยเมื่อผนวกกับอายุทางเคมีที่สูงแล้ว ความต้านทานจะเพิ่มยิ่งขึ้นเป็นอย่างมาก ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะเฉพาะของคุณสมบัติทางเคมีในแบตเตอรี่ซึ่งเป็นปกติทั่วไปของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้

เมื่อมีการดึงกำลังไฟจากแบตเตอรี่ที่มีระดับความต้านทานสูง แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ก้อนนั้นจะลดลงเป็นอย่างมาก ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จำเป็นต้องใช้แรงดันไฟฟ้าอย่างน้อยจำนวนหนึ่งเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านี้จะหมายรวมถึงอุปกรณ์เก็บข้อมูลภายในของอุปกรณ์ วงจรควบคุม และตัวแบตเตอรี่เอง ระบบการจัดการพลังงานจะกำหนดขีดปริมาณการจ่ายไฟของแบตเตอรี่ รวมถึงจัดการปริมาณงานเพื่อให้สามารถรักษาการทำงานได้ เมื่อมาถึงจุดที่ไม่สามารถส่งกำลังไฟไปจุนเจือการทำงานได้เพียงพอแม้ระบบการจัดการพลังงานจะทำงานเต็มขีดความสามารถแล้วก็ตาม ระบบจะปิดเครื่องเพื่อปกป้องชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ซึ่งแม้ว่าการปิดเครื่องนี้จะเป็นการกระทำโดยเจตนาจากฝั่งของอุปกรณ์ แต่ฝั่งของผู้ใช้อาจไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น

การป้องกันไม่ให้ปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด

เมื่อแบตเตอรี่มีกำลังไฟต่ำ อายุทางเคมีสูง หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิต่ำ ก็มีโอกาสสูงขึ้นที่ผู้ใช้จะประสบเหตุการณ์เครื่องปิดโดยไม่คาดคิด ซึ่งในกรณีร้ายแรง การปิดเครื่องอาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากจนส่งผลให้อุปกรณ์เชื่อถือไม่ได้หรือไม่สามารถใช้งานได้ สำหรับ iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE, iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ระบบ iOS จะจัดการประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด ส่งผลให้ iPhone ยังสามารถใช้งานได้ต่อไป คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานนี้มีเฉพาะสำหรับ iPhone และไม่สามารถใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นของ Apple ได้

วิธีการทำงานของการจัดการประสิทธิภาพการทำงานนี้คือจะคอยตรวจตราหลายๆ ส่วนพร้อมกัน ซึ่งได้แก่ อุณหภูมิของอุปกรณ์ ระดับการประจุของแบตเตอรี่ และความต้านทานของแบตเตอรี่ โดย iOS จะเข้าไปจัดการประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดของส่วนประกอบระบบบางชิ้น อาทิ CPU และ GPU เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเฉพาะเมื่อตัวแปรเหล่านี้จำเป็นต้องรับการจัดการเท่านั้น ดังนั้น การเข้าไปจัดการดังกล่าวจะส่งผลให้ปริมาณงานของอุปกรณ์ปรับสมดุลด้วยตัวเอง ทำให้เครื่องกระจายงานระบบได้ราบรื่นขึ้นแทนการเร่งประสิทธิภาพการทำงานอย่างฉับพลันเป็นวงกว้างพร้อมกันทั้งหมด ในบางกรณี ผู้ใช้อาจไม่ได้รู้สึกว่าอุปกรณ์มีประสิทธิภาพการทำงานประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งระดับการเปลี่ยนแปลงที่รับรู้ได้จะขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องรับการจัดการประสิทธิภาพการทำงานมากน้อยเพียงใด

ในกรณีที่เครื่องจำเป็นต้องรับการจัดการประสิทธิภาพการทำงานในระดับที่สูงมาก ผู้ใช้อาจรู้สึกถึงผลกระทบต่างๆ อาทิ

  • ใช้เวลานานขึ้นในการเปิดใช้แอพ
  • อัตราเฟรมลดลงขณะเลื่อนหน้า
  • แบ็คไลท์หรี่แสงลง (ซึ่งสามารถแก้ไขได้ในศูนย์ควบคุม)
  • ความดังเสียงของลำโพงลดลงไม่เกิน -3 dB
  • บางแอพมีอัตราเฟรมค่อยๆ ลดลง
  • ในกรณีที่ร้ายแรงมาก แฟลชของกล้องจะถูกปิดใช้งานแม้ในขณะที่แสดงอยู่บน UI กล้อง
  • แอพที่มีการดึงข้อมูลใหม่ในเบื้องหลังอาจจำเป็นต้องโหลดอีกครั้งเมื่อเปิด

ส่วนที่สำคัญหลายๆ ส่วนจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากคุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานนี้ ซึ่งตัวอย่างของส่วนดังกล่าวมีดังนี้

  • คุณภาพการโทรผ่านเซลลูลาร์และประสิทธิภาพการทำงานในการรับส่งข้อมูลของเครือข่าย
  • คุณภาพของรูปภาพและวิดีโอที่ถ่าย
  • ประสิทธิภาพการทำงานของ GPS
  • ความแม่นยำของตำแหน่งที่ตั้ง
  • เซ็นเซอร์ต่างๆ อาทิ ไจโรสโคป ตัวตรวจจับการหมุน บาโรมิเตอร์
  • Apple Pay

สำหรับกรณีที่แบตเตอรี่มีระดับการประจุต่ำหรืออยู่ในพื้นที่อุณหภูมิต่ำ การจัดการประสิทธิภาพการทำงานจะเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วคราว หากแบตเตอรี่ของอุปกรณ์มีอายุทางเคมีที่สูงในระดับหนึ่ง การจัดการประสิทธิภาพการทำงานอาจเปลี่ยนแปลงเป็นเวลาที่นานขึ้น ซึ่งเป็นเพราะแบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ทุกชนิดเป็นชิ้นส่วนที่ใช้แล้วหมดไปและมีอายุการใช้งานที่จำกัด สุดท้ายแล้ว แบตเตอรี่เหล่านี้ต่างจำเป็นต้องรับการเปลี่ยน หากคุณได้รับผลกระทบจากส่วนนี้และต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ให้ดียิ่งขึ้น การเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นก้อนใหม่อาจช่วยได้

สำหรับ iOS 11.3

iOS 11.3 ปรับปรุงคุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานนี้ โดยจะประเมินระดับการจัดการประสิทธิภาพการทำงานที่จำเป็นอยู่เป็นระยะๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด หากประสิทธิภาพของแบตเตอรี่สามารถรองรับความต้องการกำลังไฟสูงสุดที่สังเกตได้ ปริมาณการจัดการประสิทธิภาพการทำงานจะลดลง หากการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก การจัดการประสิทธิภาพการทำงานจะเพิ่มขึ้น การประเมินเช่นนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การจัดการประสิทธิภาพการทำงานสามารถปรับเปลี่ยนได้ดีขึ้น

รุ่น iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X ใช้การออกแบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ทำให้สามารถคาดการณ์ทั้งกำลังไฟที่ต้องใช้และความจุของกำลังไฟแบตเตอรี่ได้แม่นยำมากกว่าเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทั้งระบบให้สูงที่สุด ซึ่งทำให้ระบบการจัดการประสิทธิภาพการทำงานที่แตกต่างออกไปสามารถทำให้ iOS เตรียมความพร้อมและหลีกเลี่ยงการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้พบเห็นผลกระทบของการจัดการประสิทธิภาพการทำงานได้น้อยลงใน iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X เมื่อเวลาผ่านไป แบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จซ้ำได้ใน iPhone ทุกรุ่นจะมีความจุและประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดที่ลดลง และจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ในที่สุด

     

ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า)

สำหรับ iPhone 6 ขึ้นไป iOS 11.3 เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ เพื่อแสดงประสิทธิภาพของแบตเตอรี่และแนะนำหากจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ คุณสมบัติเหล่านี้สามารถพบได้ในการตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า)

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถดูได้ว่าคุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานกำลังเปิดอยู่หรือไม่และสามารถเลือกปิดได้ โดยคุณสมบัตินี้คือส่วนที่จัดการประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด คุณสมบัตินี้จะเปิดขึ้นเฉพาะหลังจากที่เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเป็นครั้งแรกบนอุปกรณ์ซึ่งใช้แบตเตอรี่ที่ความสามารถในการให้กำลังไฟสูงสุด ณ ขณะหนึ่งลดลง คุณสมบัตินี้มีอยู่ใน iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE, iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

(หมายเหตุ: อุปกรณ์ที่อัพเดทเป็น iOS 11.3 จะเริ่มด้วยการปิดใช้งานการจัดการประสิทธิภาพการทำงานเอาไว้ และจะเปิดขึ้นอีกครั้งหลังจากอุปกรณ์ประสบกับการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด)

iPhone ทุกรุ่นมาพร้อมการจัดการประสิทธิภาพการทำงานขั้นพื้นฐาน เพื่อให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่และระบบโดยรวมจะทำงานได้ตามที่ได้รับการออกแบบมาและส่วนประกอบภายในได้รับการปกป้อง ซึ่งรวมถึงลักษณะการทำงานในอุณหภูมิร้อนหรือเย็นและการจัดการแรงดันไฟฟ้าภายใน การจัดการประสิทธิภาพการทำงานประเภทนี้มีบทบาทจำเป็นต่อความปลอดภัยและการทำงานที่คาดหวัง อีกทั้งไม่สามารถปิดใช้งานได้

ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ของคุณ

หน้าจอประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับความจุสูงสุดของแบตเตอรี่และประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด 

ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่จะวัดความจุแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ซึ่งสัมพันธ์กับความใหม่ของแบตเตอรี่ แบตเตอรี่จะเริ่มที่ 100% เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรกและความจุจะลดลงเมื่อแบตเตอรี่มีอายุทางเคมีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชั่วโมงการใช้งานระหว่างการชาร์จแต่ละครั้งลดลง 

แบตเตอรี่ปกติจะได้รับการออกแบบให้รักษาความจุไว้ 80% ของความจุดั้งเดิมที่การชาร์จแบบเต็มรอบ 500 ครั้งเมื่อทำงานในสภาวะปกติ การรับประกันหนึ่งปีจะครอบคลุมถึงความคุ้มครองการให้บริการแบตเตอรี่ที่มีข้อบกพร่อง หากหมดประกันแล้ว Apple จะเสนอบริการดูแลแบตเตอรี่แบบมีค่าใช้จ่าย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบการชาร์จ

 

เมื่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ของคุณเสื่อมลง ความสามารถในการให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดของแบตเตอรี่ก็ลดลงเช่นกัน หน้าจอประสิทธิภาพของแบตเตอรี่จะประกอบด้วยส่วนประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดที่อาจมีข้อความต่อไปนี้ปรากฏขึ้น

ประสิทธิภาพการทำงานปกติ

เมื่อสภาพแบตเตอรี่สามารถรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดได้ตามปกติและไม่ได้ใช้คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน คุณจะเห็นข้อความต่อไปนี้

แบตเตอรี่ของคุณรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดตามปกติอยู่ในตอนนี้

ใช้งานการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน

เมื่อเปิดใช้งานคุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน คุณจะเห็นข้อความนี้

iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ จึงมีการปรับใช้การจัดการประสิทธิภาพเพื่อช่วยปกป้องไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกครั้ง ปิดใช้งาน…

โปรดทราบว่าหากคุณปิดใช้งานการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน คุณจะไม่สามารถเปิดกลับได้อีก คุณสมบัตินี้จะเปิดอีกครั้งโดยอัตโนมัติหากเกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด ตัวเลือกเพื่อปิดการใช้งานจะปรากฏขึ้นเช่นกัน

ไม่ทราบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่

หาก iOS ไม่สามารถระบุประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ คุณจะเห็นข้อความนี้

iPhone เครื่องนี้ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้ ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถให้บริการเกี่ยวกับแบตเตอรี่ได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…

นี่อาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่ได้รับการติดตั้งไม่ถูกต้องหรือมีส่วนประกอบของแบตเตอรี่ที่ไม่รู้จัก

การจัดการประสิทธิภาพการทำงานปิดอยู่

หากคุณปิดใช้งานคุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานที่ใช้อยู่ คุณจะเห็นข้อความนี้

iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ คุณได้ปิดใช้งานการปกป้องการจัดการประสิทธิภาพด้วยตัวเองแล้ว

หากอุปกรณ์ของคุณประสบปัญหาการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดอีก คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานจะเปิดใช้งานอีกครั้ง ตัวเลือกเพื่อปิดการใช้งานจะปรากฏขึ้นเช่นกัน

ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เสื่อมลง

หากประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เสื่อมลงอย่างมาก ข้อความด้านล่างนี้จะปรากฏขึ้น

ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของคุณลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความจุเต็มรูปแบบดังเดิมได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…

ข้อความนี้ไม่ได้แสดงถึงปัญหาด้านความปลอดภัย แบตเตอรี่ของคุณยังสามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม คุณอาจประสบปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่และประสิทธิภาพการทำงานอื่นๆ ที่สังเกตได้ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่จะปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของคุณ

วิธีขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

หากประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ของคุณได้รับผลกระทบจากแบตเตอรี่ที่มีอายุเพิ่มขึ้นและคุณต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ โปรดติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือของ Apple สำหรับตัวเลือกการบริการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริการและการรีไซเคิลแบตเตอรี่

วันที่เผยแพร่:Tue Apr 03 15:16:01 GMT 2018