หาก GarageBand ไม่ทำงานบน Mac

ดูสิ่งที่ควรทำหากคุณ GarageBand บน Mac เปิดไม่ได้ ไม่สามารถเล่นหรือบันทึกในโปรเจ็กต์ได้ หรือมีปัญหาอื่น

ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ตามลำดับ

หลังจากลองทำตามแต่ละขั้นตอนด้านล่างแล้ว ให้ทดสอบ GarageBand อีกครั้งเพื่อดูว่าได้แก้ไขปัญหาของคุณแล้วหรือยัง 

รีสตาร์ท Mac ของคุณ

เลือกเริ่มการทำงานเครื่องใหม่จากเมนู Apple 

อัพเดท GarageBand

เลือกเมนู Apple  > App Store จากนั้นคลิกอัพเดทในแถบเครื่องมือ หากมีรายการอัพเดท GarageBand ให้คลิกอัพเดทเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง

ตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์

หากคุณใช้อินเทอร์เฟซเสียงภายนอก อินเทอร์เฟซ MIDI, ระบบจัดเก็บข้อมูล, พื้นผิวการควบคุม หรือปลั๊กอินที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเข้ากันได้กับ GarageBand เวอร์ชั่นล่าสุด ติดต่อผู้ผลิตเพื่อขอรับบริการช่วยเหลือ หากมีรายการอัพเดท ให้ทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตเพื่ออัพเดทอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์

ใช้เสียงในตัวเครื่องกับ GarageBand

หากคุณกำลังใช้อินเทอร์เฟซเสียงภายนอกให้ลองใช้เสียงในตัวเครื่องบน Mac ของคุณแทนอินเทอร์เฟซ

  1. ถอดอินเทอร์เฟซเสียงภายนอกออกจาก Mac
  2. เปิด GarageBand จากนั้นเลือก GarageBand > การตั้งค่า > เสียง/MIDI
  3. เลือกสัญญาณออกในตัวจากเมนูป๊อปอัพอุปกรณ์สัญญาณออก
  4. เลือกไมโครโฟนในตัว (หรือสัญญาณเข้าในตัว โดยขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์ของคุณ) จากเมนูป๊อปอัพอุปกรณ์สัญญาณเข้า
  5. เปิดและเล่นโปรเจ็กต์ที่มีปัญหา 

หากโปรเจ็กต์เปิดขึ้นและเล่นอย่างถูกต้อง คุณอาจต้องอัพเดทหรือซ่อมอินเทอร์เฟซเสียงของคุณ ติดต่อผู้ผลิตเพื่อขอรับบริการช่วยเหลือ

เปิด GarageBand โดยไม่มีสัญญาณเสียงเข้าและออก

  1. เปิด GarageBand แล้วกดปุ่ม Control ค้างไว้ทันทีก่อนที่โปรเจ็กต์จะเปิดขึ้น
  2. ในการแจ้งเตือน ให้คลิกไม่เปิดทำงาน

หาก GarageBand เปิดขึ้น แสดงว่าเกิดกรณีดังต่อไปนี้

  • คุณอาจต้องอัพเดทหรือซ่อมแซมอินเทอร์เฟซเสียงภายนอกของคุณ ติดต่อผู้ผลิตเพื่อขอรับบริการช่วยเหลือ
  • ปลั๊กอิน Audio Units อาจเสียหายหรืออาจเข้ากันไม่ได้กับ GarageBand เวอร์ชั่นของคุณ คุณสามารถลองปิดใช้งานปลั๊กอินเพื่อแก้ไขปัญหาของคุณ

ปิดใช้งานปลั๊กอิน Audio Units

หากคุณใช้ปลั๊กอิน Audio Units อยู่ ให้ลองปิดใช้งาน ปลั๊กอิน Audio Units ที่เสียหายหรือเข้ากันไม่ได้อาจทำให้เกิดลักษณะการทำงานที่ไม่คาดคิดใน GarageBand

หากต้องการปิดใช้งานปลั๊กอิน Audio Units ให้ทำดังนี้

  1. เปิดโปรเจ็กต์ใน GarageBand
  2. ไปที่ GarageBand > การตั้งค่า > เสียง/MIDI และยกเลิกการเลือก Audio Units
  3. เล่นโปรเจ็กต์ที่พบปัญหา 

หากโปรเจ็กต์เปิดขึ้นและเล่นได้อย่างถูกต้อง แสดงว่าปลั๊กอินที่คุณใช้ในโปรเจ็กต์อาจเสียหายหรือเข้ากันไม่ได้กับ GarageBand เวอร์ชั่นของคุณ ตรวจสอบกับผู้ผลิตปลั๊กอินเพื่อขอรับบริการช่วยเหลือ 

ทดสอบกับโปรเจ็กต์ใหม่

คุณสามารถสร้างโปรเจ็กต์ใหม่และทดสอบเพื่อตรวจสอบว่าปัญหาเกิดจากโปรเจ็กต์ของคุณหรือกับแอพ GarageBand

  1. หาก GarageBand เปิดอยู่ ให้ออกจากแอพ
  2. เปิด GarageBand แล้วเลือกไฟล์ > ใหม่
  3. เลือกโปรเจ็กต์ว่างในหน้าต่างโปรเจ็กต์ใหม่ 
  4. เพิ่มไฟล์เสียงหรือ Apple Loops ไปยังโปรเจ็กต์ใหม่
  5. พยายามสร้างปัญหาที่คุณประสบอยู่อีกครั้ง ตัวอย่างเช่น หากโปรเจ็กต์ที่คุณมีปัญหาใช้ปลั๊กอินบางอย่างของบริษัทอื่น ให้เพิ่มปลั๊กอินนั้นในโปรเจ็กต์ทดสอบ หากปัญหาเกิดขึ้นอีก แสดงว่าปลั๊กอินอาจเสียหายหรืออาจต้องอัพเดท

ทดสอบ GarageBand ด้วยบัญชีผู้ใช้ใหม่

สร้างบัญชีผู้ใช้อื่นบน Mac ของคุณ จากนั้นลองจำลองปัญหาขึ้นใหม่ในบัญชีผู้ใช้ใหม่ หากปัญหาไม่เกิดขึ้นกับบัญชีผู้ใช้ใหม่ แสดงว่าการตั้งค่าของบัญชีเดิมอาจทำให้เกิดปัญหา

รีเซ็ตการตั้งค่า GarageBand


การรีเซ็ตการตั้งค่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อไฟล์โปรเจ็กต์ ค่าที่ตั้งไว้ หรือแพตช์ของคุณ แต่คุณก็จะสูญเสียการตั้งค่าแบบกำหนดเองที่คุณกำหนดไว้ไป

  1. เลือก GarageBand > การตั้งค่า และจดว่าคุณได้กำหนดการตั้งค่าเฉพาะไว้อย่างไร
  2. ปิด GarageBand
  3. ใน Finder ให้เลือก "ยูทิลิตี้" จากเมนู "ไป" 
  4. เปิด Terminal
  5. คัดลอกคำสั่งนี้วางในเทอร์มินัล จากนั้นกด Return

    defaults delete com.apple.garageband10

  6. หากคุณเคยอัพเดทจาก GarageBand เวอร์ชั่นก่อนหน้า ให้คัดลอกคำสั่งนี้วางลงในเทอร์มินัลด้วย จากนั้นกด Return

    defaults delete com.apple.garageband

  7. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์

หลังจาก Mac ของคุณรีสตาร์ท ให้เปิด GarageBand แล้วลองจำลองปัญหาที่คุณพบอีกครั้ง หากปัญหาไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ให้เปิดการตั้งค่า GarageBand และใช้การตั้งค่าแบบกำหนดเองของคุณอีกครั้ง

ยังคงไม่ทำงานใช่หรือไม่

การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple หรือเว็บไซต์อิสระที่ Apple ไม่ได้ควบคุมหรือทดสอบไม่ถือเป็นการแนะนำหรือการรับรองใดๆ Apple จะไม่รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือก ประสิทธิภาพการทำงาน หรือการใช้งานเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น Apple ไม่รับรองความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของบริษัทอื่น โปรดติดต่อผู้จำหน่ายหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

วันที่เผยแพร่: