ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องหรือ IMEI บน iPhone, iPad หรือ iPod touch ของคุณ

ดูวิธีค้นหาหมายเลขประจำเครื่อง, IMEI/MEID, CDN และ ICCID บน iPhone, iPad หรือ iPod touch ของคุณ

ก่อนที่คุณจะเริ่ม

  • คุณสามารถดูหมายเลขต่างๆ เหล่านี้ได้จากหลายที่ เช่น การตั้งค่า, บนตัวเครื่องของอุปกรณ์, ใน Finder หรือ iTunes และบนบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิม
  • เมื่อคุณติดต่อ Apple เพื่อขอรับบริการช่วยเหลือ คุณสามารถใช้หมายเลขประจำเครื่องหรือหมายเลข IMEI/MEID เพื่อระบุอุปกรณ์ของคุณได้

ค้นหาหมายเลขประจำเครื่อง, IMEI/MEID หรือ ICCID ของคุณ

  1. ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป แล้วแตะเกี่ยวกับ
  2. มองหาหมายเลขประจำเครื่อง คุณอาจต้องเลื่อนลงเพื่อหา IMEI/MEID และ ICCID
  3. หากคุณต้องการวางข้อมูลนี้ในแบบฟอร์มการลงทะเบียนหรือแบบฟอร์มบริการช่วยเหลือของ Apple ให้แตะหมายเลขดังกล่าวค้างไว้เพื่อคัดลอก

หากยังไม่พบหมายเลขที่ต้องการ ให้ดูในส่วนต่างๆ ต่อไปนี้

iPhone

บนอุปกรณ์ต่อไปนี้ ให้ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องในการตั้งค่า และค้นหา IMEI/MEID บนถาดใส่ซิม หากคุณจำเป็นต้องรับบริการช่วยเหลือแต่ไม่สามารถดูเมนูการตั้งค่าได้ คุณสามารถใช้ IMEI/MEID แทนหมายเลขประจำเครื่องได้

  • iPhone SE (รุ่นที่ 2)
  • iPhone 11
  • iPhone 11 Pro
  • iPhone 11 Pro Max
  • iPhone XS
  • iPhone XS Max
  • iPhone XR
  • iPhone X
  • iPhone 8
  • iPhone 8 Plus
  • iPhone 7
  • iPhone 7 Plus
  • iPhone 6s
  • iPhone 6s Plus

บน iPhone 6s ขึ้นไป ให้ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องในการตั้งค่า และค้นหา IMEI/MEID บนถาดใส่ซิม

บนอุปกรณ์ต่อไปนี้ ให้ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องในการตั้งค่า และค้นหา IMEI/MEID (โดย MEID คือตัวเลข 14 หลักแรกของ IMEI) ที่ด้านหลังเครื่อง หากคุณจำเป็นต้องรับบริการช่วยเหลือแต่ไม่สามารถดูเมนูการตั้งค่าได้ คุณสามารถใช้ IMEI/MEID แทนหมายเลขประจำเครื่องได้

  • iPhone 6
  • iPhone 6 Plus
  • iPhone SE (รุ่นที่ 1)
  • iPhone 5s
  • iPhone 5c
  • iPhone 5

บน iPhone 5 และ iPhone 6 หลายๆ รุ่น ให้ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องในการตั้งค่า และค้นหา IMEI/MEID (โดย MEID คือตัวเลข 14 หลักแรกของ IMEI) ที่ด้านหลังเครื่อง

บนอุปกรณ์ต่อไปนี้ ให้ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องและ IMEI/MEID บนถาดใส่ซิม

  • iPhone 3G
  • iPhone 3GS
  • iPhone 4 (รุ่น GSM)
  • iPhone 4s

ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องและ IMEI/MEID บนถาดใส่ซิมของ iPhone 3 หรือ iPhone 4 รุ่นต่างๆ ของคุณ

หากคุณมี iPhone รุ่นแรก ให้ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องและ IMEI ที่สลักอยู่บนด้านหลังเครื่อง

iPad และ iPod touch

ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องสำหรับ iPad Pro, iPad หรือ iPod touch ที่ด้านหลังของอุปกรณ์ คุณจะเห็น IMEI บน iPad (รุ่น Wi-Fi + Cellular) อีกด้วย

Finder และ iTunes

นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นหาหมายเลขประจำเครื่องของอุปกรณ์ของคุณใน Finder หรือ iTunes โดยทำดังนี้

  1. ต่ออุปกรณ์เข้ากับคอมพิวเตอร์
  2. สำหรับ Mac ที่มี macOS Catalina 10.15 หรือใหม่กว่า ให้เปิด Finder สำหรับ Mac ที่มี macOS Mojave หรือเวอร์ชั่นก่อนหน้า หรือสำหรับ PC ให้เปิด iTunes
  3. ค้นหาอุปกรณ์ของคุณใน Finder ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณอยู่ใต้แท็บทั่วไป ใน iTunes ให้คลิกแท็บสรุปเพื่อดูข้อมูลของอุปกรณ์ 
  4. สำหรับ iPhone ให้คลิกหมายเลขโทรศัพท์ใต้ชื่ออุปกรณ์ของคุณหรือรุ่นอุปกรณ์เพื่อค้นหา IMEI/MEID และ ICCID สำหรับ iPad (รุ่น Cellular) ให้คลิกหมายเลขประจำเครื่องเพื่อค้นหา CDN, IMEI/MEID และ ICCID 

หากคุณต้องการวางข้อมูลนี้ในแบบฟอร์มการลงทะเบียนหรือแบบฟอร์มบริการช่วยเหลือของ Apple ให้เลือกแก้ไข > คัดลอกหมายเลขประจำเครื่อง 

หากคุณไม่มีอุปกรณ์ของคุณอยู่กับตัว

สามารถตรวจสอบตำแหน่งที่อาจแสดงหมายเลขประจำเครื่องหรือหมายเลข IMEI/MEID ได้หลายตำแหน่ง

  1. ไปที่ (appleid.apple.com) ในเว็บเบราเซอร์บนคอมพิวเตอร์
  2. ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ที่คุณใช้บนอุปกรณ์ 
  3. เลื่อนลงไปยังส่วนอุปกรณ์ หากต้องการดูหมายเลขประจำเครื่องและ IMEI/MEID ให้เลือกอุปกรณ์นั้น

หากคุณยังคงต้องการความช่วยเหลือ ให้คุณลองทำสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้

  • หากคุณมีอุปกรณ์เครื่องอื่นที่ใช้ iOS 10.3 ขึ้นไป และลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ของคุณแล้ว บนอุปกรณ์เครื่องนั้น ให้ไปที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] เลื่อนลงเพื่อดูว่ามีอุปกรณ์ใดบ้างที่ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ของคุณอยู่ หากต้องการดูหมายเลขประจำเครื่องและ IMEI/MEID ให้แตะที่ชื่ออุปกรณ์
  • หากคุณยังมีบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิมของอุปกรณ์อยู่ ให้ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องและ IMEI/MEID บนบาร์โค้ด ดังภาพ
    ค้นหาหมายเลขประจำเครื่องของ iPhone, iPad หรือ iPod บนบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิม
  • หากยังไม่พบหมายเลขที่ต้องการ ให้ติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือของ Apple โดยเลือกอุปกรณ์ของคุณจากรายการต่อไปนี้

การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple หรือเว็บไซต์อิสระที่ Apple ไม่ได้ควบคุมหรือทดสอบไม่ถือเป็นการแนะนำหรือการรับรองใดๆ Apple จะไม่รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือก ประสิทธิภาพการทำงาน หรือการใช้งานเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น Apple ไม่รับรองความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของบริษัทอื่น โปรดติดต่อผู้จำหน่ายหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

วันที่เผยแพร่: