ข้อกำหนดว่าด้วยการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟัง (HAC) สำหรับ iPhone

คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) ได้นำข้อกำหนดว่าด้วยการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟัง (HAC) สำหรับโทรศัพท์ไร้สายแบบดิจิตอลมาใช้ โปรดดูการจัดอันดับ HAC สำหรับอุปกรณ์ iPhone ที่เข้ากันได้กับอุปกรณ์ช่วยฟังภายใต้กฎ FCC และเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ iPhone กับอุปกรณ์ช่วยฟัง

อุปกรณ์ iPhone ส่วนใหญ่จะสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟังหลากหลายชนิดภายใต้ข้อกำหนดของ FCC สำหรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟัง (HAC) คุณสามารถใช้อุปกรณ์ช่วยฟังที่มีป้าย Made for iPhone กับ iPhone ได้หลายรุ่นด้วยเช่นกัน

โปรดดูการจัดอันดับ HAC สำหรับอุปกรณ์ช่วยฟังที่ใช้งานร่วมกับ iPhone ได้ด้านล่างนี้ หากคุณไม่แน่ใจ โปรดดูว่าคุณมี iPhone รุ่นใด

การจัดอันดับ iPhone ที่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟัง (HAC)

 

รูปภาพ

รุ่น

รุ่น #

การจัดอันดับ HAC1

สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟังที่มีป้าย Made for iPhone2

iPhone XS A1920 M3, T4 ใช่
iPhone XS Max A1921 M3, T4 ใช่
iPhone XR A1984 M3, T4 ใช่
iPhone X A1865
A1901
M3, T4 ใช่
iPhone 8 A1863
A1905
M3, T4 ใช่
iPhone 8 Plus A1864
A1897
M3, T4 ใช่
iPhone 7 A1660
A1778
A1779
M3, T4 ใช่
iPhone 7 Plus A1661
A1784
A1785
M3, T4 ใช่
 iPhone 6s A1633
A1688
M3, T4 ใช่
 iPhone 6s Plus A1634
A1687
M3, T4 ใช่
ภาพของ iPhone iPhone 6 A1549
A1586
M3, T4 ใช่
ภาพของ iPhone iPhone 6 Plus A1522
A1524
M3, T4 ใช่

iPhone SE A1662, A1723 M3, T4 ใช่

ภาพของ iPhone

iPhone 5s A1453
A1533

M3, T4

ใช่

  1. ข้อมูลจากการทดสอบโดยห้องทดลองอิสระตามมาตรฐาน ANSI C63.19 "American National Standard for Methods of Measurement of Compatibility between Wireless Communications Devices and Hearing Aids" (มาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาสำหรับวิธีการวัดการใช้งานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์สื่อสารแบบไร้สายและอุปกรณ์ช่วยฟัง)
  2. ต้องใช้ iOS 7 หรือใหม่กว่าและอุปกรณ์ช่วยฟังที่มีป้าย Made for iPhone โปรดตรวจสอบการรองรับสำหรับ iPhone รุ่นที่คุณใช้กับผู้ผลิตอุปกรณ์ช่วยฟังของคุณ
  3. หากเปิดใช้งานโหมดอุปกรณ์ช่วยฟัง (iOS 5 หรือใหม่กว่า โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้)

เรียนรู้ความหมายของการจัดอันดับ HAC

กฎการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟังของ FCC กำหนดให้มีการทดสอบและจัดอันดับโทรศัพท์บางชนิดภายใต้มาตรฐานการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟังของสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (ANSI) C63.19 มาตรฐานของ ANSI สำหรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟังประกอบด้วยการจัดอันดับสองประเภทคือ

  • M: สำหรับการรบกวนจากคลื่นความถี่วิทยุที่ลดลง เพื่อให้สามารถใช้คู่ต่อทางเสียงกับอุปกรณ์ช่วยฟังที่ไม่ได้ทำงานในโหมด Telecoil
  • T: สำหรับการเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับอุปกรณ์ช่วยฟังที่ทำงานในโหมด Telecoil

การจัดอันดับเหล่านี้จะให้อันดับจากหนึ่งถึงสี่ โดยอันดับที่สี่คือสามารถใช้งานร่วมกันได้มากที่สุด ซึ่งจะถือว่าโทรศัพท์สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟังภายใต้ข้อกำหนดของ FCC ว่าได้รับการจัดอันดับเป็น M3 หรือ M4 สำหรับคู่ต่อทางเสียง และ T3 หรือ T4 สำหรับการเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

การจัดอันดับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟังไม่ได้เป็นการรับประกันว่าอุปกรณ์ช่วยฟังนั้นจะทำงานได้ดีกับโทรศัพท์รุ่นนั้น อุปกรณ์ช่วยฟังบางชนิดอาจทำงานได้ดีกับโทรศัพท์ที่ไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนดของ FCC สำหรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟัง เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ช่วยฟังนั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดีกับโทรศัพท์รุ่นดังกล่าว โปรดใช้ร่วมกันก่อนจะซื้อ

การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟังและเทคโนโลยีไร้สายใหม่ๆ

iPhone แต่ละรุ่นที่มีการจัดอันดับ HAC ได้รับการทดสอบและจัดอันดับสำหรับใช้งานกับเทคโนโลยีไร้สายบางชนิดที่อุปกรณ์ช่วยฟังนั้นใช้ อย่างไรก็ตาม อาจมีเทคโนโลยีไร้สายใหม่ๆ ที่ใช้ในโทรศัพท์รุ่นนี้ซึ่งยังไม่ได้รับการทดสอบการใช้งานกับอุปกรณ์ช่วยฟัง จึงจำเป็นที่จะต้องลองใช้คุณสมบัติต่างๆ ของโทรศัพท์รุ่นนี้ให้ครบถ้วนและใช้งานในหลายๆ สถานที่ โดยใช้อุปกรณ์ช่วยฟังหรือประสาทหูเทียมของคุณ เพื่อพิจารณาว่าคุณได้ยินเสียงรบกวนใดๆ หรือไม่ โปรดปรึกษาผู้ให้บริการของคุณหรือผู้ผลิตโทรศัพท์รุ่นนี้สำหรับข้อมูลเรื่องการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟัง หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายการคืนหรือการเปลี่ยนสินค้า โปรดปรึกษาผู้ให้บริการหรือผู้ค้าปลีกโทรศัพท์ของคุณ

เพื่อความมั่นใจว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับอุปกรณ์ช่วยฟังของคุณ

โทรศัพท์มือถือจะประกอบด้วยเครื่องส่งสัญญาณวิทยุที่อาจรบกวนประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ช่วยฟัง หากต้องการมั่นใจว่าอุปกรณ์ช่วยฟังนั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดีกับโทรศัพท์รุ่นดังกล่าว โปรดใช้ร่วมกันก่อนจะซื้อ หากคุณมี iPhone และอุปกรณ์ช่วยฟังอยู่แล้ว นี่คือเคล็ดลับบางอย่างที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยปกติแล้ว iPhone กับอุปกรณ์ช่วยฟังจะทำงานร่วมกันได้ดีที่สุดในโหมด "M" หรือโหมดคู่ต่อทางเสียง เพื่อใช้อุปกรณ์ช่วยฟังของคุณในโหมดนี้ โปรดตรวจสอบว่าตั้งค่าอุปกรณ์ช่วยฟังของคุณไว้ที่โหมด "M" หรือโหมดคู่ต่อทางเสียง และวางตำแหน่งตัวรับสัญญาณของ iPhone ให้อยู่ใกล้กับไมโครโฟนในตัวของอุปกรณ์ช่วยฟัง (หรือไมโครโฟน) หรืออีกนัยหนึ่ง ให้ถือ iPhone แนบศีรษะตามปกติให้เป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับเวลาที่คุณถือโทรศัพท์ขณะโทร อุปกรณ์ช่วยฟังจะรับเสียงจาก iPhone ผ่านไมโครโฟนในตัวของเครื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ลองใช้ iPhone ในตำแหน่งต่างๆ ที่สัมพันธ์กับอุปกรณ์ช่วยฟังของคุณ เช่น การวางตัวรับสัญญาณเหนือหูเล็กน้อยอาจทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นสำหรับอุปกรณ์ช่วยฟังที่มีไมโครโฟนอยู่ข้างหลังใบหู หากคุณมี iPhone 4 (รุ่น GSM) ให้เปิดใช้งานโหมดอุปกรณ์ช่วยฟัง (ดูด้านล่าง)

หากโหมดคู่ต่อทางเสียงไม่สามารถให้ผลเป็นที่น่าพอใจ ให้ลองใช้อุปกรณ์ช่วยฟังของคุณในโหมด "T" หรือโหมด Telecoil หากต้องการใช้อุปกรณ์ช่วยฟังของคุณในโหมดนี้ โปรดตรวจสอบว่าตั้งค่าอุปกรณ์ช่วยฟังของคุณไว้ที่โหมด "T" หรือโหมดคู่ต่อทางเสียงแบบ Telecoil (ซึ่งมีในอุปกรณ์ช่วยฟังบางรุ่นเท่านั้น) หากคุณมี iPhone 5 หรือใหม่กว่า ให้เปิดโหมดอุปกรณ์ช่วยฟัง (ดูด้านล่าง)

เปิดใช้งานโหมดอุปกรณ์ช่วยฟัง

หากต้องการเปิดใช้งานโหมดอุปกรณ์ช่วยฟังใน iPhone 4 (รุ่น GSM) ที่ใช้ iOS 5 หรือใหม่กว่า ให้ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > การช่วยการเข้าถึง โหมดอุปกรณ์ช่วยฟังใน iPhone 4 (รุ่น GSM) ลดกำลังการส่งสัญญาณวิทยุในแถบคลื่นความถี่ GSM 1900 MHz ซึ่งอาจส่งผลให้การครอบคลุมเซลลูลาร์ 2G ลดลง

หากต้องการเปิดใช้งานโหมดอุปกรณ์ช่วยฟังใน iPhone 5 หรือใหม่กว่า ให้ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > การช่วยการเข้าถึง โหมดอุปกรณ์ช่วยฟังบน iPhone 5 ได้เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเสียงของโทรศัพท์เพื่อปรับปรุงการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ช่วยฟังที่ตั้งค่าไว้ในโหมด "T" หรือโหมด Telecoil

เกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยฟังที่มีป้าย Made for iPhone

Apple ได้ทำงานร่วมกับผู้ผลิตอันดับต้นๆ เพื่อสร้างอุปกรณ์ช่วยฟังที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับ iPhone อุปกรณ์ช่วยฟังเหล่านี้ให้ประสบการณ์เกี่ยวกับเสียงดิจิตอลคุณภาพสูงที่ประหยัดพลังงาน คุณจึงสามารถจัดการอุปกรณ์ช่วยฟังของคุณได้จาก iPhone อุปกรณ์ช่วยฟังที่มีป้าย Made for iPhone ยังมีคุณสมบัติฟังสด ให้ด้วย

คุณจะต้องมี iPhone 4s ขึ้นไปที่ใช้ iOS 7 หรือใหม่กว่าเพื่อใช้อุปกรณ์ช่วยฟัง

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยฟังที่มีป้าย Made for iPhone

อุปกรณ์เสริม "บริดจ์" สำหรับการกระจายเสียง

ผู้ผลิตอุปกรณ์ช่วยฟังบางรายยังมีอุปกรณ์เสริมสำหรับอุปกรณ์ช่วยฟังที่เป็น "บริดจ์" พิเศษที่รับสัญญาณเสียงผ่านทางบลูทูธจาก iPhone และส่งต่อสัญญาณเสียงนั้นโดยใช้เทคโนโลยีกรรมสิทธิ์การกระจายเสียงแบบไร้สายในตัวไปยังอุปกรณ์ช่วยฟังบางชนิด โปรดตรวจสอบนักโสตสัมผัสวิทยาของคุณหรือผู้ผลิตอุปกรณ์ช่วยฟังสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple หรือเว็บไซต์อิสระที่ไม่ได้ควบคุมหรือทดสอบโดย Apple มีให้โดยไม่มีคำแนะนำหรือการรับรองใดๆ Apple ไม่ขอรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือก ประสิทธิภาพ หรือการใช้งานเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น Apple ไม่รับรองความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของบริษัทอื่น ความเสี่ยงต่างๆ ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ติดต่อผู้จำหน่ายสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นอาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของแต่ละราย

วันที่เผยแพร่: