สถานีฐาน Wi-Fi: การขยายช่วงเครือข่ายไร้สายของคุณโดยการเพิ่มสถานีฐาน Wi-Fi เพิ่มเติม

คุณสามารถขยายช่วงเครือข่าย Wi-Fi ได้โดยการใช้ยูทิลิตี้ AirPort เพื่อตั้งค่าการเชื่อมต่อไร้สายระหว่างสถานีฐาน Wi-Fi หลายสถานี หรือเชื่อมต่อโดยใช้อีเธอร์เน็ตเพื่อสร้างเครือข่ายการโรมมิ่ง บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้คุณทำความเข้าใจว่ามีตัวเลือกใดบ้างและตัวเลือกใดที่ดีที่สุดสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานของคุณ

หมายเหตุสำคัญสำหรับผู้ใช้ AirPort Express: หากคุณกำลังพิจารณาการเพิ่ม AirPort Express ในเครือข่ายของคุณเพื่อสตรีมเพลงหรือเพื่อให้สามารถพิมพ์แบบไร้สายได้ บทความนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับคุณ: โหมดลูกข่ายคืออะไร

คำจำกัดความ

สถานีฐาน Wi-Fi - สถานีฐาน AirPort Extreme, AirPort Express หรือ Time Capsule ประเภทต่างๆ

การขยายเครือข่ายไร้สาย - การใช้สถานีฐาน Wi-Fi แบบไร้สายหลายสถานีเพื่อขยายช่วงเครือข่าย AirPort ในพื้นที่ที่กว้างขึ้น เมื่อช่วงสัญญาณของสถานีฐานเดียวไม่เพียงพอ

เครือข่ายสถานีฐาน Wi-Fi หลายสถานี - เครือข่ายที่ใช้สถานีฐาน Wi-Fi มากกว่าหนึ่งสถานีเพื่อขยายช่วงเครือข่าย หรือเพื่อให้สามารถใช้คุณสมบัติ อย่างเช่น การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การสตรีมเพลง การพิมพ์ การจัดเก็บข้อมูลได้กว้างยิ่งขึ้น สถานีฐาน Wi-Fi อาจเชื่อมต่อเข้าด้วยกันผ่านอีเธอร์เน็ตหรือแบบไร้สาย

ลูกข่าย Wi-Fi - ลูกข่าย Wi-Fi คืออุปกรณ์ใดๆ ที่ใช้ Wi-Fi (การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การพิมพ์ การจัดเก็บข้อมูล หรือการสตรีมเพลง) ตัวอย่างลูกข่าย ได้แก่ คอมพิวเตอร์, iPad, iPhone, คอนโซลเกม, เครื่องบันทึกวิดีโอดิจิตอล และ/หรือ อุปกรณ์ Wi-Fi อื่นๆ

สถานีฐานหลัก - โดยทั่วไปคือสถานีฐานที่เชื่อมต่อกับโมเด็มและมีที่อยู่เกตเวย์ไปยังอินเทอร์เน็ต ซึ่งปกติแล้วสถานีฐาน Wi-Fi หลักจะให้บริการ DHCP แก่เครือข่าย Wi-Fi

สถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยาย - สถานีฐาน Wi-Fi ที่เชื่อมต่อกับสถานีฐาน Wi-Fi หลักเพื่อขยายช่วงเครือข่าย สถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยายควรถูกยกตั้งค่าให้ใช้โหมดบริดจ์ นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ปริมาณการรับส่งข้อมูล - ปริมาณข้อมูลที่รับหรือส่งในแต่ละวินาทีโดยวัดเป็นเมกะบิตต่อวินาที (Mbps)

การเลือกระหว่างหนึ่งสถานีฐาน Wi-Fi กับหลายสถานีฐาน Wi-Fi

ก่อนที่คุณจะเพิ่มสถานีฐาน Wi-Fi ในเครือข่ายของคุณ คุณควรพิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องเพิ่มหรือไม่

การเพิ่มสถานีฐาน Wi-Fi โดยไม่จำเป็นอาจลดปริมาณการรับส่งข้อมูลได้เนื่องจากเครือข่าย Wi-Fi ต้องใช้เวลาในการจัดการข้อมูลเพิ่มขึ้น และการกำหนดค่าเครือข่ายยังมีความซับซ้อนมากขึ้นอีกด้วย ในกรณีเครือข่ายที่ขยายแบบไร้สาย ปริมาณการรับส่งข้อมูลอาจลดลงเหลือน้อยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการรับส่งข้อมูลของอุปกรณ์เดียว กฎทั่วไปคือการทำให้เครือข่าย Wi-Fi ทำงานให้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณสามารถทำเช่นนี้ได้โดยการใช้จำนวนสถานีฐาน Wi-Fi เพื่อให้บริการพื้นที่เครือข่ายเท่าที่จำเป็นให้น้อยที่สุด และใช้อีเธอร์เน็ตเมื่อสามารถทำได้

การขยายช่วงเครือข่าย Wi-Fi โดยการเชื่อมต่อสถานีฐาน Wi-Fi เข้าด้วยกันโดยใช้อีเธอร์เน็ตถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และให้ปริมาณการรับส่งข้อมูลได้ดีที่สุด อีเธอร์เน็ตจะให้อัตราสูงสุดถึงหนึ่งกิกะบิตซึ่งเร็วกว่าแบบไร้สาย (สำหรับสัญญาณไร้สาย อัตราสูงสุดคือ 450 Mbps บน 802.11n @ 5 GHz) และอีเธอร์เน็ตยังมีความต้านทานต่อการรบกวนของคลื่นวิทยุและง่ายต่อการแก้ไขปัญหาอีกด้วย นอกจากนี้ ข้อมูลยังสามารถย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกันได้มากยิ่งขึ้น เพราะแทบจะไม่ต้องใช้เวลาในการจัดการผ่านอีเธอร์เน็ตเลย

ด้วยเหตุนี้ ในสภาพแวดล้อมการทำงานบางแห่ง สถานีฐาน Wi-Fi เดียวไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้ ดังนั้นการใช้หลายสถานีฐาน Wi-Fi จึงสามารถปรับปรุงช่วงเครือข่ายและปริมาณการรับส่งข้อมูลของคุณในพื้นที่ที่ไกลออกไปจากสถานีฐาน Wi-Fi หลักได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งคุณอยู่ห่างออกไปเท่าใดหรือยิ่งมีสิ่งกีดขวางระหว่างอุปกรณ์ลูกข่าย Wi-Fi และสถานีฐาน Wi-Fi ของคุณมากขึ้นเท่าใด (เช่น กระเบื้องห้องน้ำที่สัญญาณต้องพยายามทะลุผ่าน) ความแรงของสัญญาณวิทยุจะยิ่งอ่อนลงและปริมาณการรับส่งข้อมูลจะน้อยลงเท่านั้น

เมื่อสถานีฐานเดียวไม่เพียงพอต่อความต้องการของคุณ คุณควรพิจาณาวิธีการที่สามารถนำไปปรับใช้เพื่อขยายช่วงเครือข่ายของคุณ แล้วเลือกวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

เครือข่ายสถานีฐาน Wi-Fi หลายประเภท

เรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของเครือข่ายและวิธีเลือกระหว่างเครือข่าย

หากคุณต้องการขยายช่วงเครือข่ายไร้สายของคุณ คุณควรใช้วิธีการใด

สำหรับสถานีฐาน Wi-Fi แบบ 802.11a/b/g/n:

  • เครือข่ายการโรมมิ่ง (แนะนำ)
  • เครือข่ายขยายแบบไร้สาย

สำหรับสถานีฐาน Wi-Fi แบบ 802.11g:

  • เครือข่ายการโรมมิ่ง (แนะนำ)
  • WDS

วิธีการเหล่านี้จะอธิบายไว้ที่ด้านล่าง ส่วนด้านล่างสุดของบทความนี้จะมีลิงก์ไปยังบทความต่างๆ ที่จะอธิบายการตั้งค่าและการกำหนดค่าของแต่ละวิธีการ สถานีฐาน Wi-Fi จะให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ลูกข่ายแบบไร้สายหรือผ่านการเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ตหากเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ลูกข่ายกับสถานีฐานด้วยอีเธอร์เน็ต

เครือข่ายการโรมมิ่ง (สถานีฐาน Wi-Fi ที่เชื่อมต่อด้วยอีเธอร์เน็ต)

สำหรับสถานีฐาน Wi-Fi แบบ 802.11n การสร้างเครือข่ายการโรมมิ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด วิธีนี้จะให้ปริมาณการรับส่งข้อมูลที่ดีที่สุดระหว่างสถานีฐานและอุปกรณ์ Wi-Fi ของคุณ

การตั้งค่านี้กำหนดให้สถานีฐาน Wi-Fi ของคุณต้องเชื่อมต่อกันผ่านอีเธอร์เน็ต

ส่วนสถานีฐานหลักจะให้บริการ DHCP ในขณะที่สถานีฐานที่ขยายจะถูกกำหนดค่าให้ใช้โหมดบริดจ์

สถานีฐาน Wi-Fi ทั้งหมดภายในเครือข่ายการโรมมิ่งควรใช้รหัสผ่าน ประเภทความปลอดภัย (Open/WEP/WPA) และชื่อเครือข่าย (SSID) เดียวกัน

คุณสามารถเพิ่มสถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยายได้หลายสถานีเพื่อขยายเครือข่ายการโรมมิ่ง

คุณสามารถใช้การสลับเครือข่ายได้หากบนสถานีฐาน Wi-Fi หลักของคุณมีพอร์ต LAN ไม่เพียงพอ

เครือข่ายที่ขยายแบบไร้สาย (802.11n)

หากคุณไม่สามารถสร้างเครือข่ายการโรมมิ่งที่แนะนำได้ เครือข่ายที่ขยายแบบไร้สายจะเป็นทางเลือกดีที่สุดรองลงมา

หากต้องการสร้างเครือข่ายที่ขยายแบบไร้สาย คุณต้องวางสถานีฐาน Wi-Fi ให้อยู่ในช่วงสัญญาณของสถานีฐาน Wi-Fi หลัก

ข้อพิจารณาเกี่ยวกับช่วงเครือข่ายที่ขยาย

ในตัวอย่างข้างต้น สถานีฐาน Wi-Fi หลัก ➊ อยู่นอกช่วงไร้สายของสถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยาย ➋ ดังนั้นสถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยายจะไม่สามารถเชื่อมต่อหรือขยายเครือข่ายไร้สายได้ ต้องย้ายสถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยายให้อยู่ภายในตำแหน่งช่วงสัญญาณของสถานีฐาน Wi-Fi หลัก

ข้อความสำคัญ

หากวางสถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยายอื่น ➋ ระหว่างสถานีฐาน Wi-Fi หลัก ➊ กับสถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยาย ➌ สถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยาย ➌ จะไม่อนุญาตให้ลูกข่ายเชื่อมต่อ สถานีฐาน Wi-Fi ที่ขยายทั้งหมดต้องอยู่ในช่วงสัญญาณของสถานีฐาน Wi-Fi หลักโดยตรง

WDS (802.11g)

Wireless Distribution System (WDS) เป็นวิธีการที่ใช้ในการขยายช่วงของสถานีฐาน Wi-Fi แบบ AirPort Extreme 802.11a/b/g และ AirPort Express 802.11a/b/g WDS ได้รับการรองรับโดยยูทิลิตี้ AirPort เวอร์ชั่น 5.5.2 หรือเวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า

WDS ช่วยให้คุณสามารถตั้งค่าสถานีฐาน Wi-Fi แต่ละสถานีได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในสามวิธีนี้:

➊ WDS หลัก (สถานีฐาน Wi-Fi หลัก)
➋ WDS รีเลย์
➌ WDS ระยะไกล

สถานีฐานหลัก WDS ➊ จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและแชร์การเชื่อมต่อกับสถานีฐาน WDS รีเลย์และ WDS ระยะไกล

สถานีฐาน WDS รีเลย์ ➋ จะแชร์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของสถานีฐานหลักและจะรีเลย์การเชื่อมต่อกับสถานีฐาน WDS ระยะไกลด้วย

สถานีฐาน WDS ระยะไกล ➌ จะแชร์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของสถานีฐาน WDS หลักโดยตรงหากอยู่ในช่วงโดยตรง หรือผ่าน WDS รีเลย์

การกำหนดค่าของสถานีฐานทั้งสามนี้ (WDS หลัก WDS ระยะไกล และ WDS รีเลย์) สามารถแชร์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของสถานีฐาน WDS หลักกับคอมพิวเตอร์ลูกข่ายแบบไร้สาย หรือผ่านการเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ตได้หากคอมพิวเตอร์ลูกข่ายเชื่อมต่อกับสถานีฐานโดยอีเธอร์เน็ต

เมื่อคุณตั้งค่าสถานีฐานใน WDS คุณต้องทราบ AirPort ID ของแต่ละสถานี AirPort ID หรือที่เรียกว่าที่อยู่ Media Access Controller (MAC) จะอยู่บนฉลากใต้สถานีฐาน AirPort Extreme ติดกับสัญลักษณ์ AirPort และที่ด้านข้างอะแดปเตอร์ไฟของสถานีฐาน AirPort Express

หมายเหตุ: ในการรีเลย์ สถานีฐาน Wi-Fi ต้องรับข้อมูลจากหนึ่งสถานีฐาน Wi-Fi บรรจุใหม่ แล้วส่งไปยังสถานีฐาน Wi-Fi อีกสถานีหนึ่งและในทางกลับกัน วิธีการนี้จะลดปริมาณการรับส่งข้อมูลมากกว่าครึ่งหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้สถานีฐาน Wi-Fi แบบ 802.11a/b/g ในลักษณะนี้เฉพาะกับพื้นที่ที่ไม่มีตัวเลือกอื่น และเมื่อไม่จำเป็นต้องมีปริมาณการรับส่งข้อมูลที่สูงกว่า

ขั้นตอนในการเพิ่มสถานีฐาน Wi-Fi ในเครือข่าย AirPort ของคุณ

สำหรับคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการขยายช่วงสัญญาณของประเภทเครือข่ายที่คุณต้องการ โปรดเลือกจากรายการด้านล่างนี้:

 

 

วันที่เผยแพร่: