ใช้อุปกรณ์ Apple ของคุณเพื่อระบุว่าเพลงอะไรที่กำลังเล่นอยู่

ใช้การบอกชื่อเพลงและแอป Shazam บนอุปกรณ์ Apple ที่คุณชื่นชอบเพื่อค้นหาเพลงที่เล่นอยู่รอบตัวคุณ

ใช้การบอกชื่อเพลงด้วย Shazam บน iPhone, iPad หรือ Mac

ใช้การบอกชื่อเพลงด้วย Shazam บน Apple Watch

ใช้แอป Shazam บน iPhone หรือ iPad

ใช้ Siri เพื่อระบุเพลง

ค้นหาเพลงที่คุณระบุ

เชื่อมข้อมูล Shazam กับอุปกรณ์ต่างๆ และสําสำรองข้อมูลเพลงไปยัง iCloud

ใช้การบอกชื่อเพลงด้วย Shazam บน iPhone, iPad และ Mac

การบอกชื่อเพลงด้วย Shazam มีอยู่ในตัว iPhone, iPad, Mac และ Apple Watch เพิ่มการบอกชื่อเพลงลงในศูนย์ควบคุมบน iPhone, iPad และ Mac เพื่อระบุเพลงได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อคุณติดตั้งแอป Shazam บน iPhone, iPad หรือ Apple Vision Pro แล้ว แอปจะทำดังนี้ได้

  • เป็นศูนย์รวม (คลัง) ที่ช่วยให้คุณค้นหาเพลงที่ค้นพบได้โดยใช้การบอกชื่อเพลงบนอุปกรณ์ Apple ของคุณ

  • ให้คุณเชื่อมต่อ Shazam กับ Apple Music หรือบริการสตรีมเพลงอื่นๆ เพื่อฟังเพลงที่คุณระบุ

  • ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศิลปินและเพลงที่คุณค้นพบ รวมถึงข้อมูลคอนเสิร์ต เนื้อเพลง และรายการแนะนำต่างๆ

ใช้การบอกชื่อเพลงบน iPhone และ iPad

  1. หากต้องการเพิ่มการบอกชื่อเพลงลงในศูนย์ควบคุม ให้ทำดังนี้

    • เปิดศูนย์ควบคุมบน iPhone หรือบน iPad จากนั้นแตะปุ่มเพิ่มการควบคุม (+) ที่ด้านบนสุดของหน้าจอ

    • แตะเพิ่มตัวควบคุม จากนั้นเลือกบอกชื่อเพลง

  2. หากต้องการระบุเพลง ให้เปิดศูนย์ควบคุม แล้วแตะปุ่มบอกชื่อเพลง

  3. หากต้องการดูรายการเพลงที่คุณระบุ ให้แตะปุ่มบอกชื่อเพลงค้างไว้ แล้วแตะประวัติ หากคุณติดตั้งแอป Shazam ไว้ในอุปกรณ์ของคุณ Library (คลัง)คลัง ของแอป Shazam จะเปิดขึ้น

ใช้การบอกชื่อเพลงบน Mac

เพื่อการเข้าถึงที่เร็วขึ้น คุณสามารถเพิ่มการบอกชื่อเพลงลงในศูนย์ควบคุมหรือแถบเมนูได้

  1. หากต้องการเพิ่มการบอกชื่อเพลงไปยังศูนย์ควบคุมหรือแถบเมนู ให้ทำดังนี้

    • คลิกศูนย์ควบคุมในแถบเมนู แล้วคลิกแก้ไขตัวควบคุม

    • ในหน้าต่างที่เปิดขึ้น ให้คลิกบอกชื่อเพลงใต้ส่วนเสียง หรือป้อนคำว่าบอกชื่อเพลง ในช่องค้นหาตัวควบคุม

    • ลากตัวควบคุมบอกชื่อเพลงเพื่อเพิ่มลงในแถบเมนู

  2. หากต้องการระบุเพลงที่กำกําลังเล่นอยู่รอบตัวคุณหรือบนอุปกรณ์ของคุณเมื่อคุณสวมหูฟัง ให้ทำดังนี้

    • เปิดศูนย์ควบคุม แล้วคลิกบอกชื่อเพลง หรือคลิกปุ่มบอกชื่อเพลงในแถบเมนู หากคุณเพิ่มลงในนั้น

    • คลิกบอกชื่อเพลง

  3. หากต้องการดูรายการเพลงที่คุณระบุ ให้คลิกบอกชื่อเพลงในศูนย์ควบคุม หรือคลิกปุ่มบอกชื่อเพลง ในแถบเมนู หากคุณเพิ่มลงในนั้น จากนั้นก็เลื่อนดูรายการ

ใช้การบอกชื่อเพลงบน Apple Watch

ใช้แอปการบอกชื่อเพลงบน Apple Watch เพื่อระบุเพลง นอกจากนี้คุณยังสามารถระบุเพลงได้เร็วขึ้นด้วยระบบอัจฉริยะด้านเสียงในบางรุ่น

ระบุเพลงด้วย Apple Watch

  1. เปิดแอปการบอกชื่อเพลง

  2. แตะหน้าปัดนาฬิกาของคุณ

  3. หากต้องการดูรายการเพลงที่คุณระบุ ให้เลื่อนลง แตะดูทั้งหมดเพื่อดูเพลงทั้งหมดที่คุณระบุ

ระบุเพลงด้วยระบบอัจฉริยะด้านเสียง

คุณสามารถค้นหาเพลงได้เร็วขึ้นด้วยระบบอัจฉริยะด้านเสียง บน Apple Watch* ที่ใช้งานร่วมกันได้ โดยนาฬิกาของคุณจะคอยฟังเสียงเพลงอย่างต่อเนื่องโดยใช้การวิเคราะห์เสียงบนอุปกรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถระบุเพลงได้อย่างรวดเร็ว

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เปิดใช้งานการตรวจจับเพลงบนนาฬิกาของคุณแล้ว โดยทำดังนี้

    • เปิดแอป Watch บน iPhone ที่จับคู่ไว้

    • แตะ Apple Watch ของฉัน จากนั้นแตะวิดเจ็ตซ้อนอัจฉริยะ

    • เปิดใช้การตรวจจับเพลง

  2. หากคุณได้ยินเพลงรอบๆ ตัว ให้เปิดวิดเจ็ตซ้อนอัจฉริยะเพื่อดูว่า Shazam ได้ระบุเพลงนั้นในวิดเจ็ต Shazam หรือไม่ จากหน้าปัดนาฬิกา ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  3. หากต้องการบันทึกเพลงที่ระบุดังกล่าวไปยังคลัง Shazam ให้แตะปุ่มเพิ่มบนเพลงนั้นในวิดเจ็ต Shazam

  4. หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเพลงที่ระบุ ให้แตะที่เพลงนั้นในวิดเจ็ต Shazam จากนั้นคุณก็สามารถเล่นเพลงใน Apple Music และดูรายละเอียดอื่นๆ ได้

การตรวจจับเพลงจะถูกปิดใช้งานในสถานการณ์เหล่านี้

ทั้งนี้คุณยังคงสามารถแตะแอปการบอกชื่อเพลง หรือขอให้ Siri ระบุเพลงได้

ใช้แอป Shazam บน iPhone หรือ iPad

เมื่อมีแอป Shazam สําสำหรับ iPhone และ iPad คุณจะสามารถระบุเพลงที่เล่นรอบตัวคุณได้ด้วยตนเองหรือโดยอัตโนมัติ เมื่อมีแอป Shazam คุณยังสามารถทำดังนี้ได้ด้วย

  • เข้าถึงเพลงที่คุณระบุด้วยแอป Shazam และด้วยการบอกชื่อเพลงด้วย Shazam บนอุปกรณ์ Apple เครื่องอื่นๆ ของคุณ

  • เชื่อมต่อ Shazam กับ Apple Music หรือบริการสตรีมเพลงอื่นๆ ที่รองรับ เพื่อให้คุณสามารถฟังเพลงแบบเต็มๆ ด้วยบริการสตรีมเพลงที่คุณต้องการ

  • รับข้อมูลเกี่ยวกับคอนเสิร์ตในพื้นที่ของคุณที่มีศิลปินที่มีเพลงที่คุณระบุ รับเนื้อเพลงสำสําหรับเพลงที่คุณระบุ และอีกมากมาย

รับแอป Shazam

หากต้องการรับแอป Shazam ให้ดาวน์โหลดจาก App Store บนอุปกรณ์ของคุณ เมื่อมีแอป Shazam คุณจะสามารถระบุเพลงได้ด้วยตนเองหรือโดยอัตโนมัติ

ระบุเพลงด้วย iPhone หรือ iPad

  1. เปิดแอป Shazam บน iPhone หรือ iPad

  2. แตะปุ่ม Shazam

  3. เมื่อ Shazam ระบุเพลงแล้ว ให้แตะปุ่มเล่นเพลงเพื่อฟังตัวอย่างของเพลง หากคุณเป็นสมาชิก Apple Music คุณก็สามารถฟังเพลงเต็มได้ใน Shazam คุณยังสามารถเชื่อมต่อ Shazam กับบริการสตรีมเพลงอื่นๆ ที่ Shazam รองรับ ดูวิธีเชื่อมต่อบริการสตรีมเพลงของคุณกับ Shazam

  4. หากต้องการค้นหาเพลงที่คุณระบุ ให้แตะคลังในแอป Shazam และหากคุณเปลี่ยนหรือทำทําอุปกรณ์หาย คุณจะยังคงสามารถเข้าถึงเพลงที่คุณระบุได้ หากเพลงเหล่านั้นได้รับการสําสำรองข้อมูลไปยัง iCloud ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซิงค์เพลงที่ระบุกับแอป Shazam

คุณสามารถเปลี่ยนไปใช้แอปอื่นได้ในขณะที่ Shazam พยายามระบุเพลง เมื่อ Shazam ระบุเพลงได้แล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือน นอกจากนี้ Shazam ยังรองรับกิจกรรมสดบนอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกันได้ ดูความคืบหน้าในการค้นหาเพลงแบบเรียลไทม์และผลลัพธ์ได้โดยตรงใน Dynamic Island หรือบนหน้าจอล็อคของคุณ

หากคุณไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แอปจะยังคงสร้างลายนิ้วมือดิจิทัลที่ไม่ซ้ำกันเพื่อจับคู่กับฐานข้อมูล Shazam ครั้งต่อไปที่อุปกรณ์ของคุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต Shazam จะพยายามระบุชื่อเพลงนั้น

ระบุเพลงโดยอัตโนมัติ

เมื่อคุณเปิด Auto Shazam แอป Shazam จะพยายามระบุเพลงที่กำกําลังเล่นอยู่รอบตัวคุณโดยอัตโนมัติจนกว่าคุณจะปิดฟังก์ชันนี้

  1. หากต้องการเปิด Auto Shazam ให้แตะปุ่ม Shazam ค้างไว้

  2. หากต้องการปิด Auto Shazam ให้แตะปุ่ม Shazam

  3. หากต้องการให้ Shazam เริ่มฟังเมื่อคุณเปิดแอปบน iPhone, iPad หรือ Apple Vision Pro โดยอัตโนมัติ ให้แตะเพลงของฉันที่ด้านล่างสุดของหน้าจอ แล้วแตะปุ่มการตั้งค่า จากนั้นเปิด “Shazam เมื่อเริ่มต้นแอป”

บน iPhone, iPad หรือ Apple Vision Pro เพลงที่ระบุชื่อด้วย Auto Shazam จะถูก จัดกลุ่มเข้าด้วยกันตามวันที่ในคลัง

ใช้ Siri เพื่อระบุเพลง

เมื่ออุปกรณ์ Apple ของคุณอยู่ใกล้ๆ ให้ถาม Siri ว่า “หวัดดี Siri เพลงนี้คือเพลงอะไร” หรือ “หวัดดี Siri ระบุเพลงนี้หน่อย” Siri จะใช้การบอกชื่อเพลงด้วย Shazam เพื่อระบุเพลง คุณจึงไม่จําจำเป็นต้องติดตั้งแอป Shazam

หากคุณมีอุปกรณ์ Apple หลายเครื่องที่ลงชื่อเข้าบัญชี Apple เดียวกัน เพลงที่ระบุด้วย Siri จะปรากฏในประวัติการบอกชื่อเพลงในศูนย์ควบคุม และหากคุณติดตั้งแอป Shazam ไว้ เพลงเหล่านั้นจะปรากฏในคลัง Shazam ของคุณด้วย

ค้นหาเพลงของคุณ

  • ในแอป Shazam บน iPhone หรือ iPad ให้แตะคลังที่ด้านล่างสุดของหน้าจอ หากต้องการลบเพลง ให้แตะปุ่มเพิ่มเติม ถัดจากเพลงนั้น แล้วแตะ “ลบออกจากคลัง”

  • บน Apple Watch ให้เลื่อนลงเพื่อดูเพลงล่าสุดซึ่งจะปรากฏอยู่ใต้ปุ่ม Shazam และจะได้รับการบันทึกลงในคลังของคุณบน iPhone ที่จับคู่ไว้ด้วย

  • หากต้องการค้นหาเพลงในคลังของแอป Shazam บน iPhone หรือ iPad ให้แตะปุ่มค้นหาแล้วป้อนชื่อเพลงหรือศิลปินลงไป คุณยังสามารถค้นหาเพลงและศิลปินโดยใช้เนื้อเพลงได้อีกด้วย

เชื่อมข้อมูล Shazam กับอุปกรณ์ต่างๆ และสําสำรองข้อมูลเพลงไปยัง iCloud

หากเพลงของคุณไม่ปรากฏบนอุปกรณ์ Apple ทุกเครื่อง หรือคุณต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเพลงของคุณได้รับการสําสำรองข้อมูลแล้ว ให้ลองทําทำตามขั้นตอนเหล่านี้

  1. ดูว่าคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Apple เดียวกันบนอุปกรณ์ทุกเครื่องของคุณ

  2. ตรวจสอบว่าคุณได้ตั้งค่าการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยไว้กับบัญชี Apple แล้ว

  3. หากคุณใช้แอป Shazam บน iPhone, iPad หรือ Apple Vision Pro ให้ทำดังนี้

    • ไปที่ App Store เพื่ออัปเดตเป็นแอปเวอร์ชั่นล่าสุด

    • เปิดแอป Shazam บนอุปกรณ์ของคุณ

    • แตะปุ่มการตั้งค่า จากนั้นแตะการเชื่อมข้อมูล iCloud

  4. ตรวจสอบว่าเพลงของคุณได้รับการสําสำรองข้อมูลแล้วดังนี้

    • บน iPhone, iPad หรือ Apple Vision Pro ให้ไปที่การตั้งค่า > ชื่อของคุณ แตะ iCloud จากนั้นแตะ “ดูทั้งหมด” ซึ่งอยู่ถัดจาก “บันทึกไปยัง iCloud” ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการบอกชื่อเพลงเปิดอยู่ หากคุณมีแอป Shazam ด้วย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Shazam เปิดอยู่

    • บน Mac ให้เลือก "เมนู Apple  > การตั้งค่าระบบ" คลิก "บัญชี Apple" คลิก iCloud จากนั้นคลิก "ดูทั้งหมด" ถัดจาก "บันทึกไปยัง iCloud" ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการบอกชื่อเพลงเปิดอยู่

หากคุณเลือกจะไม่สำรองข้อมูลเพลงของคุณไว้ใน iCloud ข้อมูลจะยังคงถูกบันทึกไว้ในอุปกรณ์ของคุณ คุณสามารถสำรองข้อมูลเพลงของคุณไปยัง iCloud ได้ทุกเมื่อ เว้นแต่จะกู้คืนอุปกรณ์กลับไปเป็นการตั้งค่าจากโรงงานหรือได้รับอุปกรณ์ใหม่

ดูเพิ่มเติม

* ระบบอัจฉริยะด้านเสียงสามารถใช้งานได้กับ Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4

วันที่เผยแพร่: