AirPods 2 - ข้อมูลทางเทคนิค
เซ็นเซอร์
ไมโครโฟนคู่แบบบีมฟอร์มมิ่ง
เซ็นเซอร์คู่แบบออปติคอล
อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว
อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวจากการพูด
ชิป
ชิพหูฟัง H1
การควบคุม
แตะสองครั้งเพื่อเล่น ข้ามไปข้างหน้า หรือรับสายโทรศัพท์
พูดว่า "หวัดดี Siri" เพื่อทำสิ่งต่างๆ อย่างเล่นเพลง โทรออก หรือเรียกดูเส้นทาง
ขนาดและน้ำหนัก1
AirPods (แต่ละข้าง)
ความสูง: 40.5 มม.
ความกว้าง: 16.5 มม.
ความหนา: 18.0 มม.
น้ำหนัก: 4 กรัม
เคสชาร์จ Lightning หรือเคสชาร์จแบบไร้สาย
ความสูง: 53.5 มม.
ความกว้าง: 44.3 มม.
ความหนา: 21.3 มม.
น้ำหนัก: 38.2 กรัม
เคสชาร์จ
เคสชาร์จ Lightning
ใช้งานได้กับหัวต่อ Lightning
เคสชาร์จแบบไร้สาย
ใช้ได้กับเครื่องชาร์จที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi หรือชาร์จผ่านช่องต่อ Lightning
แบตเตอรี่
AirPods
ฟังได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง2
สนทนาได้นานสูงสุด 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง3
AirPods พร้อมเคสชาร์จ Lightning หรือเคสชาร์จแบบไร้สาย
ฟังได้นานกว่า 24 ชั่วโมง4
สนทนาได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง5
เพียงใส่ในเคส 15 นาที ก็ใช้ฟังได้นานสูงสุด 3 ชั่วโมง6 หรือสนทนาได้นานสูงสุด 2 ชั่วโมง7
การเชื่อมต่อ
เทคโนโลยีไร้สาย Bluetooth 5.0
ภายในกล่อง
AirPods 2
เคสชาร์จ Lightning หรือเคสชาร์จแบบไร้สาย
สาย Lightning เป็น USB-A
การช่วยการเข้าถึง
คุณสมบัติการช่วยการเข้าถึงจะช่วยให้ผู้พิการสามารถใช้ประโยชน์จาก AirPods ใหม่ได้อย่างสูงสุด คุณสมบัติที่มีมาให้:
เสียงการฟังสด8
ระดับของหูฟัง
การช่วยปรับหูฟัง
ความต้องการระบบ9
iPhone และ iPod touch ที่ใช้ iOS เวอร์ชั่นล่าสุด
iPad ที่ใช้ iPadOS เวอร์ชั่นล่าสุด
Apple Watch ที่ใช้ watchOS เวอร์ชั่นล่าสุด
Mac ที่ใช้ macOS เวอร์ชั่นล่าสุด
Apple TV ที่ใช้ tvOS เวอร์ชั่นล่าสุด
การใช้งานร่วมกัน10
รุ่นของ iPhone
iPhone 15
iPhone 15 Plus
iPhone 15 Pro
iPhone 15 Pro Max
iPhone 14
iPhone 14 Plus
iPhone 14 Pro
iPhone 14 Pro Max
iPhone 13 mini
iPhone 13
iPhone 13 Pro
iPhone 13 Pro Max
iPhone 12 mini
iPhone 12
iPhone 12 Pro
iPhone 12 Pro Max
iPhone 11
iPhone 11 Pro
iPhone 11 Pro Max
iPhone XS
iPhone XS Max
iPhone XR
iPhone X
iPhone 8
iPhone 8 Plus
iPhone 711
iPhone 7 Plus11
iPhone SE (รุ่นที่ 3)
iPhone SE (รุ่นที่ 2)
iPhone SE (รุ่นที่ 1)11
iPhone 6s11
iPhone 6s Plus11
iPhone 611
iPhone 6 Plus11
iPhone 5s11
รุ่นของ iPod
iPod touch (รุ่นที่ 7)
iPod touch (รุ่นที่ 6)11
รุ่นของ Mac11
MacBook (จอภาพ Retina, รุ่น 12 นิ้ว, ต้นปี 2015 - 2017)
MacBook Air (รุ่น 11 นิ้ว, กลางปี 2012 - ต้นปี 2015)
MacBook Air (รุ่น 13 นิ้ว, กลางปี 2012 - 2017)
MacBook Air (จอภาพ Retina, รุ่น 13 นิ้ว, ปี 2018 - 2020)
MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M1, ปี 2020)
MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M2, ปี 2022)
MacBook Air รุ่น 15 นิ้ว (ชิป M2, ปี 2023)
MacBook Pro (จอภาพ Retina, รุ่น 13 นิ้ว, ปลายปี 2012 - ต้นปี 2015)
MacBook Pro (จอภาพ Retina, รุ่น 15 นิ้ว, กลางปี 2012 - กลางปี 2015)
MacBook Pro (รุ่น 13 นิ้ว, กลางปี 2012 - 2020)
MacBook Pro (รุ่น 15 นิ้ว, กลางปี 2012 - 2019)
MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว (ปี 2020, พอร์ตจำนวน 2 พอร์ต)
MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว (ปี 2020, พอร์ตจำนวน 4 พอร์ต)
MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M1, ปี 2020)
MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M2, ปี 2022)
MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว (ชิป M1 Pro หรือ M1 Max, ปี 2021)
MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว (ชิป M2 Pro หรือ M2 Max, ปี 2023)
MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว (ชิป M1 Pro หรือ M1 Max, ปี 2021)
MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว (ชิป M2 Pro หรือ M2 Max, ปี 2023)
MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว (ปี 2019)
iMac (รุ่น 21.5 นิ้ว, ปลายปี 2012 - 2017)
iMac (รุ่น 27 นิ้ว, ปลายปี 2012 - ปลายปี 2013)
iMac (จอภาพ Retina 4K, รุ่น 21.5 นิ้ว, ปลายปี 2015 - 2019)
iMac (จอภาพ Retina 5K, รุ่น 27 นิ้ว, ปลายปี 2014 - 2020)
iMac (รุ่น 24 นิ้ว, ชิป M1, ปี 2021)
iMac Pro (ปี 2017)
Mac mini (ปลายปี 2012 - ปลายปี 2018)
Mac mini (ชิป M1, ปี 2020)
Mac mini (ชิป M2 หรือ M2 Pro, ปี 2023)
Mac Studio (ชิป M1 Max หรือ M1 Ultra, ปี 2022)
Mac Studio (ชิป M2 Max หรือ M2 Ultra, ปี 2023)
Mac Pro (ปลายปี 2013 - 2019)
Mac Pro (ชิป M2 Ultra, ปี 2023)
รุ่นของ iPad
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 6)
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 5)
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 4)
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 3)
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 2)
iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 1)11
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 4)
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 3)
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 2)
iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 1)
iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว
iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้ว11
iPad (รุ่นที่ 10)
iPad (รุ่นที่ 9)
iPad (รุ่นที่ 8)
iPad (รุ่นที่ 7)
iPad (รุ่นที่ 6)
iPad (รุ่นที่ 5)
iPad Air (รุ่นที่ 5)
iPad Air (รุ่นที่ 4)
iPad Air (รุ่นที่ 3)
iPad Air 211
iPad Air (รุ่นที่ 1)11
iPad mini (รุ่นที่ 6)
iPad mini (รุ่นที่ 5)
iPad mini 411
iPad mini 311
iPad mini 211
รุ่นของ Apple Watch11
Apple Watch Ultra 2
Apple Watch Ultra
Apple Watch Series 9
Apple Watch Series 8
Apple Watch Series 7
Apple Watch Series 6
Apple Watch SE (รุ่นที่ 2)
Apple Watch SE (รุ่นที่ 1)
Apple Watch Series 5
Apple Watch Series 4
Apple Watch Series 3
Apple Watch Series 2
Apple Watch Series 1
รุ่นของ Apple TV11
Apple TV 4K
Apple TV HD
AirPods กับสิ่งแวดล้อม
Apple ให้ความสำคัญต่อวงจรชีวิตของสินค้าโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AirPods กับสิ่งแวดล้อม
AirPods ได้รับการออกแบบมาพร้อมคุณสมบัติดังต่อไปนี้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ปลอดสารหน่วงไฟประเภทโบรมีน
ปลอดสาร PVC
ปลอดสารเบริลเลียม
ปลอดสารปรอท
ขนาดและน้ำหนักอาจแตกต่างกันตามการปรับแต่งและกระบวนการผลิต
Apple ทำการทดสอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 โดยใช้ AirPods 2 เคสชาร์จ และเคสชาร์จแบบไร้สายรุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ ซึ่งจับคู่กับ iPhone Xs Max และซอฟต์แวร์รุ่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง เพลย์ลิสต์ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์ที่ไม่ซ้ำกันที่ซื้อจาก iTunes Store (เข้ารหัส AAC 256 Kbps) โดยตั้งระดับเสียงที่ 50% ในการทดสอบมีการคายประจุแบตเตอรี่ของ AirPods จนหมดขณะเล่นเสียงจนกว่า AirPods ข้างใดข้างหนึ่งจะหยุดเล่น ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง
Apple ทำการทดสอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 โดยใช้ AirPods 2 เคสชาร์จ และเคสชาร์จแบบไร้สายรุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ ซึ่งจับคู่กับ iPhone Xs Max และซอฟต์แวร์รุ่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง โดยตั้งระดับเสียงที่ 50% ในการทดสอบมีการคายประจุแบตเตอรี่ของ AirPods จนหมดโดยทำการโทรออกด้วยโทรศัพท์มือถือจนกว่า AirPods ข้างใดข้างหนึ่งจะหยุดเล่นเสียงการโทร ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง
Apple ทำการทดสอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 โดยใช้ AirPods 2 เคสชาร์จ และเคสชาร์จแบบไร้สายรุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ ซึ่งจับคู่กับ iPhone Xs Max และซอฟต์แวร์รุ่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง เพลย์ลิสต์ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์ที่ไม่ซ้ำกันที่ซื้อจาก iTunes Store (เข้ารหัส AAC 256 Kbps) โดยตั้งระดับเสียงที่ 50% ในการทดสอบมีการคายประจุแบตเตอรี่ของ AirPods จนหมดขณะเล่นเสียงจนกว่า AirPods ข้างใดข้างหนึ่งจะหยุดเล่น จากนั้นชาร์จ AirPods ที่แบตเตอรี่หมดให้เต็ม 100% แล้วเล่นเสียงต่อจนกว่า AirPods ข้างใดข้างหนึ่งจะหยุดเล่น และทำเช่นนี้วนไปเรื่อยๆ จนกว่า AirPods ทั้งสองข้างและเคสชาร์จจะคายประจุจนหมด ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง
Apple ทำการทดสอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 โดยใช้ AirPods 2 เคสชาร์จ และเคสชาร์จแบบไร้สายรุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ ซึ่งจับคู่กับ iPhone Xs Max และซอฟต์แวร์รุ่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง โดยตั้งระดับเสียงที่ 50% ในการทดสอบมีการคายประจุแบตเตอรี่ของ AirPods จนหมดโดยทำการโทรออกด้วยโทรศัพท์มือถือจนกว่า AirPods ข้างใดข้างหนึ่งจะหยุดเล่นเสียงการโทร จากนั้นชาร์จ AirPods ที่แบตเตอรี่หมดให้เต็ม 100% แล้วโทรออกด้วยโทรศัพท์มือถือต่อจนกว่า AirPods ข้างใดข้างหนึ่งจะหยุดเล่นเสียงการโทร และทำเช่นนี้วนไปเรื่อยๆ จนกว่า AirPods ทั้งสองข้างและเคสชาร์จจะคายประจุจนหมด ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง
Apple ทำการทดสอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 โดยใช้ AirPods 2 เคสชาร์จ และเคสชาร์จแบบไร้สายรุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ ซึ่งจับคู่กับ iPhone Xs Max และซอฟต์แวร์รุ่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง เพลย์ลิสต์ประกอบด้วยไฟล์เสียง 358 ไฟล์ที่ไม่ซ้ำกันที่ซื้อจาก iTunes Store (เข้ารหัส AAC 256 Kbps) โดยตั้งระดับเสียงที่ 50% และการทดสอบการชาร์จ 15 นาทีเป็นการทดสอบกับ AirPods ที่แบตเตอรี่หมดและนำมาชาร์จเป็นเวลา 15 นาที จากนั้นเริ่มเล่นเสียงจนกว่า AirPods ข้างใดข้างหนึ่งจะหยุดเล่น ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง
Apple ทำการทดสอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 โดยใช้ AirPods 2 เคสชาร์จ และเคสชาร์จแบบไร้สายรุ่นก่อนการผลิตจริงพร้อมซอฟต์แวร์ ซึ่งจับคู่กับ iPhone Xs Max และซอฟต์แวร์รุ่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง โดยตั้งระดับเสียงที่ 50% และการทดสอบการชาร์จ 15 นาทีเป็นการทดสอบกับ AirPods ที่แบตเตอรี่หมดและนำมาชาร์จเป็นเวลา 15 นาที จากนั้นจึงทำการโทรออกด้วยโทรศัพท์มือถือจนกว่า AirPods ข้างใดข้างหนึ่งจะหยุดเล่นเสียงการโทร ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง
ต้องใช้กับ iOS หรือ iPadOS เวอร์ชั่นล่าสุด
สามารถใช้ AirPods เป็นหูฟัง Bluetooth กับอุปกรณ์ Apple ที่ใช้ซอฟต์แวร์รุ่นก่อน รวมทั้งกับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของ Apple แต่อาจไม่สามารถใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่น
คุณสมบัติบางประเภทจำเป็นต้องใช้ iOS 13 หรือ iPadOS 13 หรือใหม่กว่า ซึ่งไม่สามารถใช้งานได้กับ iPhone 6 Plus, iPhone 6, iPhone 5s, iPod touch (รุ่นที่ 6), iPad Air (รุ่นที่ 1), iPad mini 3 และ iPad mini 2
ไม่รองรับคุณสมบัติการแชร์เสียง
ต้องใช้กับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้งานร่วมกันได้ ใช้งานได้กับคอนเทนต์ที่ใช้ร่วมกันได้ในแอปที่รองรับ อาจไม่มีบริการคอนเทนต์บางชนิดในแบบ Dolby Atmos จำเป็นต้องมี iPhone ที่มีกล้อง TrueDepth ในการสร้างโปรไฟล์ส่วนบุคคลสำหรับระบบเสียงตามตำแหน่ง ซึ่งจะซิงค์ตรงกันระหว่างอุปกรณ์ Apple ที่ใช้ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการล่าสุด รวมไปถึง iOS, iPadOS (พร้อมให้ใช้งานภายในปีนี้), macOS (พร้อมให้ใช้งานภายในปีนี้) และ tvOS
AirPods 3 และ AirPods Pro 2 ทนเหงื่อและน้ำ โดยเหมาะสำหรับกีฬาและการออกกำลังกายที่ไม่ใช่ทางน้ำ และมีการป้องกันอยู่ที่ระดับ IPX4 ความสามารถในการทนเหงื่อและน้ำจะไม่คงอยู่ถาวร
การชาร์จแบบ MagSafe ต้องใช้กับเครื่องชาร์จ MagSafe ที่เข้ากันได้ การชาร์จแบบไร้สายต้องใช้กับเครื่องชาร์จแบบไร้สายที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi เคสชาร์จ AirPods Pro 2 ยังสามารถชาร์จกับที่ชาร์จสำหรับ Apple Watch หรือช่องต่อ Lightning ได้อีกด้วย
ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง